
วิทย์ฯลุ้นคลังลดภาษีนักวิจัย
หวังดึงผู้เชี่ยวชาญระดับโลกสร้างนวัตกรรมอาหารในไทย
หวังดึงผู้เชี่ยวชาญระดับโลกสร้างนวัตกรรมอาหารในไทย
กระทรวงวิทย์ฯ จับมือคลัง เล็งออกมาตรการหนุนนักวิจัย กลุ่มอาหารไม่เสียภาษี หวังดึงนักวิจัยระดับโลกมาไทย
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำเมืองนวัตกรรมอาหาร (ฟู้ด อินโนโพลิส) ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (อวท.) จ.ปทุมธานี ว่า ขณะนี้ได้หารือกับกระทรวงการคลังเพื่อจัดทำมาตรการส่งเสริมนักวิจัย ด้วยการไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อดึงดูดนักวิจัยที่ดีสุดในโลก และนักวิจัยของไทย ให้เข้ามารวมอยู่ในเมืองนวัตกรรมอาหาร และทำให้มาตรการดึงดูดการลงทุนวิจัยของไทยแข่งขันได้เมื่อเทียบกับประเทศ อื่นๆ ในโลก
ทั้งนี้ เมื่อมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ เชื่อว่าจะทำให้อุตสาหกรรมอาหารของไทยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมได้มากขึ้น รองรับความต้องการในตลาดโลก ทั้งสินค้ากลุ่มเพื่อผู้สูงอายุ สินค้าสำหรับผู้ป่วยโรคต่างๆ และสินค้าฮาลาล เป็นต้น ซึ่งเมืองนวัตกรรมอาหารคาดว่าจะเปิดตัวได้ในช่วงกลางปีนี้ มีพื้นที่รวมประมาณ 1 หมื่นตารางเมตร รวมทั้งจะส่งเสริมการสร้างสตาร์ทอัพด้านอาหารและเอสเอ็มอีกลุ่มอาหารรายใหม่ๆ
นอกจากนี้ จากการสำรวจในโลกพบว่าประเทศที่มีการทำเมืองนวัตกรรมอาหาร มีเพียงเนเธอร์แลนด์ ที่มีการทำฟู้ดวัลเลย์ จึงส่งผลดีต่อประเทศที่จะเป็นศูนย์กลางการสร้างนวัตกรรมอาหาร อีกทั้งพบว่าประเทศเกาหลีใต้มีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในเมืองนวัตกรรมอาหารของไทย และให้ความสำคัญของประเทศไทยเป็นประตูการค้าสู่ภูมิภาคอาเซียน และมั่นใจว่าระยะต่อไปอาเซียนจะเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านอาหารของโลก
นายเจนกฤษณ์ คณาธารณา ผู้อำนวยการ อวท. กล่าวว่า ในอุทยานวิทยาศาสตร์มีผู้ประกอบการกลุ่มอาหารเข้ามาจัดตั้งแล้วประมาณ 15-20 บริษัท และเป็นเครือข่ายของกลุ่มอาหาร มั่นใจว่าการสร้างเมืองนวัตกรรมอาหาร จะส่งผลให้มีผู้ประกอบการรุ่นใหม่เข้ามาลงทุนในอุทยานวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้น และมีการร่วมมือของเครือข่ายนักวิจัยไทยและต่างประเทศ
ทั้งนี้ ตลาดอาหารของประเทศไทยมีสัดส่วนประมาณ 25% ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในประเทศ หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.8-2.9 ล้านล้านบาท ขยายตัวดีต่อเนื่อง แบ่งเป็นการส่งออกคิดเป็น 8-9% ของจีดีพี และในประเทศสัดส่วน 13% ของจีดีพี







