posttoday
SVI

SVI

26 เมษายน 2559

ในปีที่แล้ว SVI (บริษัท เอสวีไอ) เคยเป็นหุ้นที่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) ชอบในแง่อัตราการเติบโตของกำไรในปี 2559 ที่จะเร่งตัวขึ้นจากการทยอยเดินเครื่องจักรที่ได้มาใหม่หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ต้นปี 2558 แต่ปรากฏว่าบริษัทเริ่มมีปัญหาคอขวดตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีก่อนและยังมีมาเรื่อยๆ จนรุนแรงมากขึ้นในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาสแรกไม่สดใสอย่างที่ควรจะเป็น และหากปัญหาคอขวดยังไม่สามารถแก้ไขได้ในไตรมาส 2 เราคิดว่าอาจเริ่มกระทบคำสั่งซื้อของลูกค้าซึ่งจะยิ่งส่งผลในระยะยาว เพราะหากต้องสูญเสียลูกค้า กว่าจะได้กลับคืนมาคงใช้เวลาเป็นปีเพราะโดยปกติการซื้อขายจะคุยกันล่วงหน้าประมาณ 1 ปี นักวิเคราะห์ของเรากำลังทบทวนประมาณการกำไรและราคาที่เหมาะสม ในระหว่างนี้แนะนำหลีกเลี่ยง

ในปีที่แล้ว SVI (บริษัท เอสวีไอ) เคยเป็นหุ้นที่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) ชอบในแง่อัตราการเติบโตของกำไรในปี 2559 ที่จะเร่งตัวขึ้นจากการทยอยเดินเครื่องจักรที่ได้มาใหม่หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ต้นปี 2558 แต่ปรากฏว่าบริษัทเริ่มมีปัญหาคอขวดตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีก่อนและยังมีมาเรื่อยๆ จนรุนแรงมากขึ้นในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาสแรกไม่สดใสอย่างที่ควรจะเป็น และหากปัญหาคอขวดยังไม่สามารถแก้ไขได้ในไตรมาส 2 เราคิดว่าอาจเริ่มกระทบคำสั่งซื้อของลูกค้าซึ่งจะยิ่งส่งผลในระยะยาว เพราะหากต้องสูญเสียลูกค้า กว่าจะได้กลับคืนมาคงใช้เวลาเป็นปีเพราะโดยปกติการซื้อขายจะคุยกันล่วงหน้าประมาณ 1 ปี นักวิเคราะห์ของเรากำลังทบทวนประมาณการกำไรและราคาที่เหมาะสม ในระหว่างนี้แนะนำหลีกเลี่ยง

FSS คาดกำไรจากการดำเนินงานหลักในไตรมาส 1/2559 จะไม่สดใส ลดลงราว 29% เมื่อเทียบไตรมาส/ไตรมาสและ 12% เมื่อเทียบปี/ปี อาจเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 12 ไตรมาส (เหลือเพียง 68 ล้านบาท) ยังไม่ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นประมาณเกือบ 1 บาท/เหรียญสหรัฐ และค่าใช้จ่ายในการเข้าซื้อกิจการ Seidel ที่ธุรกรรมแล้วเสร็จวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา (สุทธิแล้วมีโอกาสเห็นผลขาดทุน)

สาเหตุที่กำไรอ่อนแอในไตรมาสนี้มาจากปัญหาคอขวดสายการผลิตที่รุนแรงมากกว่าคาด ทำให้รายได้อ่อนแอ เราคาด 55 ล้านเหรียญสหรัฐ และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง ขณะที่ค่าเสื่อมสูงขึ้นเพราะเป็นเครื่องจักรใหม่ หลังไฟไหม้) ทั้งหมด กระทบต่อไปยังอัตรากำไรขั้นต้นที่อาจจะออกมาน่าผิดหวัง ซึ่งเราคาดว่าน่าจะทำได้เพียงเลขหลักเดียว 7% เป็นระดับที่ต่ำกว่าปกติเคยทำได้ในระดับสองหลักราว 10-12% จึงคาดว่าจะทำกำไรได้เพียง 68 ล้านบาทดังกล่าว ซึ่งคิดเป็นเพียง 6% ของประมาณการกำไรทั้งปี เราจึงอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการกำไรปกติปีนี้จากปัจจุบันคาดไว้ที่ 1,058 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบปี/ปี และจะปรับลดราคาพื้นฐานลงจากปัจจุบันที่ 6.40 บาท (อิงพี/อี 14 เท่า)

อยู่ระหว่างทบทวนปรับลดกำไรปีนี้แนวโน้มกำไรจากการดำเนินธุรกิจหลักในไตรมาส 2/2559 น่าจะยังอ่อนแอต่อจากปัญหาคอขวดสายการผลิต เราคาดบริษัทจะรีบจัดการแก้ปัญหาให้จบลงในช่วงกลางปี เพื่อกลับมาใช้กำลังการผลิตได้อย่างเต็มที่ในไตรมาส 3/2559 ให้ทันเป็น High Season ของการส่งออก แม้ปัจจุบันบริษัทยังมีคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายเก่าที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่หากไม่สามารถแก้ปัญหาคอขวดได้ตามแผน อาจกระทบคำสั่งซื้อในระยะยาว เราจึงยังหวังว่าจะเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการตั้งแต่ไตรมาส 3/2559 เป็นต้นไป แต่ก็ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับลงกว่า 7% ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา แต่คิดว่ายังไม่จุดที่จะเสี่ยงเข้าไปซื้อ ตราบใดที่ปัญหาคอขวดยังมีอยู่ ทำให้ Downside ของราคาหุ้นยังมีอยู่

ปีนี้ไม่ใช่ปีทองของกลุ่มชิ้นส่วนฯในปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นเฉลี่ยกว่า 20% (โดย KCE ให้ผลตอบแทนสูงสุด ปรับขึ้นถึง 104%) ในขณะที่ SET Index ปรับลง 14% สอดคล้องกับการเติบโตของกำไรของกลุ่มนี้ที่สูงถึง 17% เมื่อเทียบกับกำไรตลาดที่หดตัว 6%

อย่างไรก็ตาม กำไรที่เพิ่มขึ้นในปีก่อนของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ล้วนแต่มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรใหม่ที่ดีขึ้น (หลังน้ำท่วม ทุกบริษัทซื้อเครื่องจักรใหม่แทบทั้งหมด) ประกอบกับรายได้ที่เป็นเงินบาทสูงขึ้นเพราะค่าเงินบาทอ่อนค่าถึง 10% แต่หากดูปริมาณการขายของแต่ละบริษัท กลับไม่ได้เพิ่มมากขึ้น ในปีนี้ตัวช่วยเหล่านั้น (ค่าเงินบาทไม่อ่อนค่าถึง 10% เหมือนปีก่อน และเครื่องจักรก็ไม่ใหม่แล้ว) หายไป FSS คาดว่ากำไรของทั้งกลุ่มอาจเติบโตชะลอลงเหลือ 5-6% ปีนี้จึงไม่ใช่ปีทองของกลุ่มนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท