
เข็นตั้งอินฟราฟันด์ กฟผ.ระดม2หมื่นล.
กฟผ.เล็งตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ระดมทุนเพิ่ม 2 หมื่นล้าน “สุนชัย” ฝากดันโรงไฟฟ้าถ่านหิน
กฟผ.เล็งตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ระดมทุนเพิ่ม 2 หมื่นล้าน “สุนชัย” ฝากดันโรงไฟฟ้าถ่านหิน
นายวันชัย หงส์เชิดชัย ผู้ช่วยผู้ว่าการบัญชี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรืออินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ โดยนำโรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 2 มาจัดตั้งกองทุนอินฟราฯ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท หลังจากที่ก่อนหน้าได้นำเอาโรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 1 ระดมทุนก่อนหน้านี้แล้ว โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ในปี 2560 เพื่อนำเงินมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าและสายส่งเพิ่มเติมโดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหิน
นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า นโยบายที่ต้องการให้ผู้ว่าการ กฟผ.คนใหม่ที่จะมารับตำแหน่งในเดือน มิ.ย.สานต่อคือ การเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา ให้เป็นไปตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558-2579 หรือพีดีพี 2015 โดยเฉพาะโรงไฟฟ้ากระบี่ที่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาของคณะกรรมการไตรภาคี
นายสุนชัย ย้ำว่า ไทยยังคงพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าเป็นส่วนใหญ่ จึงต้องกระจายแหล่งเชื้อเพลิงโดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนของโรงไฟฟ้าถ่านหิน
“ยังคาดหวังว่าโรงไฟฟ้ากระบี่และโรงไฟฟ้าเทพาจะเป็นไปตามแผน แม้จะยังมีกระแสต่อต้าน โดยจะสร้างความเข้าใจต่อไป” นายสุนชัย กล่าว
นายสุนชัย กล่าวถึงนโยบายผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทน 1.9 หมื่นเมกะวัตต์ ตามแผนพีดีพีว่า แม้ว่า กฟผ.จะเห็นว่าปริมาณการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนจะค่อนข้างสูง แต่ กฟผ.ก็พร้อมที่จะสนับสนุน ซึ่งต้องเข้าใจว่าพลังงานทดแทนไม่ได้เป็นพลังงานพร้อมจ่ายไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุฉุกเฉินไม่สามารถจัดให้เป็นพลังงานสำรองได้ และยิ่งมีพลังงานทดแทนมากก็ยิ่งต้องมีโรงไฟฟ้าหลักที่เป็นก๊าซและถ่านหินสำรองไว้เพิ่มมากเท่านั้น
“ในช่วงปลายแผนพีดีพีปี 2579 กำหนดเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนเป็น 30% ของปริมาณไฟฟ้าที่ผลิต ซึ่งถือเป็นความท้าทายมาก เพราะหากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มเติมจะทำให้ขาดความสมดุลของเชื้อเพลิงและยังมีปัญหาภาระค่าไฟแพงตามมา เพราะพลังงานไฟฟ้าเหล่านี้จะต้องมีการอุดหนุนค่าไฟฟ้าจากรัฐ เพราะต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสูง ซึ่งมีการประเมินกันว่าเฉพาะในปี 2559 ที่มีไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เข้าระบบ จะทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงจากความเป็นจริงไปถึง 49 สตางค์/หน่วย” นายสุนชัย กล่าว
สำหรับแผนการลงทุนและนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) สำหรับป้อนโรงไฟฟ้าพระนครใต้แทนซื้อก๊าซจากบริษัท ปตท.นั้น นายสุนชัย กล่าวว่า เป็นอีกเรื่องที่ต้องการให้ผู้ว่าการ กฟผ. คนใหม่ดำเนินการ โดยโครงการนี้อยู่ระหว่างการศึกษาคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปี 6 เดือน เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลพิจารณาอนุมัติถึงความเหมาะสมในการลงทุนหรือไม่ และหากเป็นไปตามแผนโครงการดังกล่าวจะสามารถนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีประมาณ 3 ล้านตัน เพื่อจัดส่งให้โรงไฟฟ้าพระนครใต้ที่มีกำลังการผลิตที่ 2,600-2,800 เมกะวัตต์ ได้ในปี 2565







