
สอบนอมินีล้งจีนพันกว่าราย
พาณิชย์ตรวจสอบล้งผลไม้จีน 1,094 ราย เข้าข่ายนอมินีหรือไม่ พร้อมหารือคลังเก็บภาษีต่างชาติรับซื้อผลไม้ไทย
พาณิชย์ตรวจสอบล้งผลไม้จีน 1,094 ราย เข้าข่ายนอมินีหรือไม่ พร้อมหารือคลังเก็บภาษีต่างชาติรับซื้อผลไม้ไทย
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ส่งบัญชีรายชื่อผู้รวบรวมสินค้าผลไม้ (ล้ง) จากไทยเพื่อส่งออกไปจีน ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการคนจีนหรือร่วมทุนกับคนไทย 1,094 รายทั่วประเทศ แบ่งเป็น ผู้ค้าลำไย 473 ราย ทุเรียน 556 ราย และมังคุด 65 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออก เช่น ระยอง จันทบุรี ตราด ให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไปตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น เส้นทางการเงินว่ามีพฤติกรรมอำพรางให้คนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) และมีพฤติกรรมทำธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ เพราะต่างชาติไม่สามารถทำธุรกิจขายปลีกผลไม้ในประเทศได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในไทย เนื่องจากการทำธุรกิจล้งแบบบุคคลธรรมดายังไม่ได้เสียภาษี ในขณะที่นิติบุคคลไทยต้องเสียภาษี ดังนั้นควรผลักดันให้มีการเสียภาษีเท่ากัน รวมทั้งจะขอความร่วมมือให้กระทรวงการคลังช่วยเหลือสภาพคล่องด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยพ่อค้าไทย รวมถึงการเข้าไปตรวจสอบสัญญาระหว่างล้งจีนกับชาวสวนอย่างใกล้ชิด และร่วมมือกับภาคเอกชนรายใหญ่ที่มีเครือข่ายในตลาดจีนเข้าไปเชื่อมโยงกับพ่อค้าคนไทยในการนำทุเรียนส่งออกไปจีน เป็นต้น
“การรับซื้อผลไม้ของล้งจีนได้เปรียบล้งคนไทยเพราะมีต้นทุนทำธุรกิจต่ำกว่า เนื่องจากไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในกรณีการส่งออกไปยังจีน บางรายเข้ามาแบบบุคคลธรรมดาแอบเข้ามาทำธุรกิจ ขณะที่ผู้ประกอบการไทยต้องเสียภาษีเงินได้ตามกฎหมาย” น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากพ่อค้าผลไม้ไทย เพื่อการส่งออกว่าไม่สามารถที่จะซื้อผลไม้ไทยเพื่อส่งออกไปต่างประเทศได้มากนัก โดยเฉพาะทุเรียนที่กำลังออกผลผลิตสู่ตลาด เนื่องจากล้งจีนได้เข้าไปทำสัญญาซื้อขายทุเรียนแบบเหมาสวนจากเกษตรกรล่วงหน้าในราคาที่ดี พร้อมทั้งให้เงินมัดจำเพื่อให้เกษตรกรนำไปเป็นค่าดูแลและบริหารจัดการต่างๆ ไว้ล่วงหน้า ซึ่งพ่อค้าไทยส่วนใหญ่มีสภาพคล่องไม่มาก จึงไม่สามารถไปแข่งขันได้ ประกอบกับในปีนี้เกิดภาวะแล้งจัด ทำให้ทุเรียนได้รับความเสียหายจำนวนมาก
ทั้งนี้ ผลผลิตทุเรียน ลำไย มังคุด ประมาณ 70-80% จะส่งออกไปจีน เนื่องจากเป็นผลไม้ไทยที่ได้รับความนิยมจากคนจีนมาก ซึ่งตามปกติผลไม้ที่ส่งออกไปจีนจะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัย GAP และ GMP จากกรมวิชาการเกษตรก่อน ซึ่งจะต้องมีการขึ้นทะเบียนทั้งหมด







