
กำหนดเวลาคุ้มครองลูกหนี้
เวิลด์แบงก์แนะนำกรมบังคับคดี กำหนดระยะเวลาคุ้มครองลูกหนี้ เพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ
เวิลด์แบงก์แนะนำกรมบังคับคดี กำหนดระยะเวลาคุ้มครองลูกหนี้ เพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ
น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ เพื่อรับการประเมินการจัดอันดับความสะดวกในการทำธุรกิจ โดยตัวแทนธนาคารโลกให้ความสำคัญเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของ พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจกับ พ.ร.บ.ล้มละลาย เพราะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากต่างประเทศถึงการได้รับการชำระหนี้ หากธุรกิจในไทยเกิดปัญหาและมีการฟ้องร้องล้มละลาย
ทั้งนี้ ธนาคารโลกได้ให้ข้อมูลว่า ในหลายประเทศจะระบุระยะเวลาการคุ้มครองลูกหนี้กรณีที่ถูกฟ้องล้มละลาย เช่น 180 วัน เป็นต้น แต่กฎหมายล้มละลายของไทยกำหนดให้เจ้าหนี้ทุกประเภทต้องหยุดพักชำระหนี้ ฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ ตั้งแต่วันที่ศาลรับคำร้องให้มีการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ไปจนถึงวันที่มีการยกเลิกแผนฟื้นฟู หรือลูกหนี้ออกจากแผนฟื้นฟู ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี
“เจ้าหน้าที่ธนาคารโลกให้ข้อมูลว่า การกำหนดระยะเวลาคุ้มครองลูกหนี้ จะทำให้นักลงทุนต่างประเทศมีความชัดเจนว่าจะได้รับชำระหนี้คืนเร็วหรือช้า ได้รับชำระอย่างไร ซึ่งจะสร้างความมั่นใจในการลงทุนในไทย ซึ่งกรมได้รับที่จะพิจารณาเพื่อปรับปรุงต่อไป” น.ส.รื่นวดี กล่าว
นอกจากนี้ ตัวแทนธนาคารโลกยังให้ความสนใจที่ไทยมีการออก พ.ร.บ.ฟื้นฟูกิจการธุรกิจเอสเอ็มอี และคาดหวังให้กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ เพื่อให้ทันกับการประเมินความยากง่ายในการดำเนินธุรกิจของไทย โดยขณะนี้กฎหมายดังกล่าวได้ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว
สำหรับ พ.ร.บ.ฟื้นฟูกิจการธุรกิจเอสเอ็มอี ถือเป็นช่องทางให้ธุรกิจขนาดเล็ก วงเงินกู้ 2 ล้านบาทขึ้นไปแต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้ หากเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพแต่ไม่สามารถชำระหนี้ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากธุรกิจขนาดใหญ่ วงเงินกู้ 10 ล้านบาทขึ้นไป จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูได้นั้นต้องกิจการล้มละลายเท่านั้น แต่การให้ธุรกิจที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานสากลมากขึ้น
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า การทบทวนอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจในเดือน มิ.ย. 2559 นี้ ไทยจะมีอันดับที่ดีขึ้นเพราะได้มีการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจให้สะดวกขึ้น







