
หุ้นจีนเริ่มดูดี แต่ยังต้องระวัง
เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงแรงโดยหากคำนวณจากจุดสูงสุดในปี 2559 ดัชนี HSCEI หรือดัชนีของหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกงปรับตัวลงเกือบ 50% จากความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และการแทรกแซงของรัฐบาลจีนทั้งในตลาดเงินและตลาดหุ้น ประกอบกับแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นจีนไปหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมากขึ้นอย่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเป็นการลงทุนที่สามารถให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกได้ในช่วงต้นปี
เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงแรงโดยหากคำนวณจากจุดสูงสุดในปี 2559 ดัชนี HSCEI หรือดัชนีของหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกงปรับตัวลงเกือบ 50% จากความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และการแทรกแซงของรัฐบาลจีนทั้งในตลาดเงินและตลาดหุ้น ประกอบกับแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นจีนไปหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมากขึ้นอย่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเป็นการลงทุนที่สามารถให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกได้ในช่วงต้นปี
อย่างไรก็ตาม ในเดือน มี.ค.สถานการณ์หุ้นจีนเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากถ้อยแถลงของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน ที่ส่งสัญญาณให้ความสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น หลังจากในปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการปราบปรามคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง จนทำให้ข้าราชการจีนไม่กล้าดำเนินโครงการภาครัฐ เพราะกลัวว่าอาจจะถูกดำเนินคดีได้ ส่งผลให้การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายภาครัฐไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
ในขณะที่ความกังวลเรื่องเงินทุนไหลออก และค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าก็บรรเทาลงไปมากเช่นกัน จากนโยบายของรัฐบาลจีนในการควบคุมเงินทุนเข้าออกประเทศ รวมถึงการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่คาดว่าจะช้าลงในปีนี้ ส่งผลให้เงินทุนสำรองของจีนปรับเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน
แต่จากข้อมูลเศรษฐกิจส่วนใหญ่ที่ยังคงมีแนวโน้มที่ไม่สดใสมากนัก ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าตลาดหุ้นจีนน่าจะปรับตัวขึ้นได้ในช่วงสั้นๆ และยังคงต้องจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจของจีนในเดือน เม.ย.ที่จะเริ่มประกาศออกมาในช่วงต้นเดือน พ.ค.ต่อไปอีก หากข้อมูลต่างๆ แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางเศรษฐกิจในทางที่ดีขึ้น ก็อาจจะส่งผลบวกต่อปัจจัยพื้นฐานในการลงทุนในตลาดหุ้นจีนได้ในระยะยาว
ดังนั้น สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง การลงทุนในหุ้น H-Share (หุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกง) เพื่อเก็งกำไรในระยะสั้น จึงอาจจะเป็นทางเลือกที่สามารถเพิ่มผลตอบแทนให้กับพอร์ตการลงทุนได้ แต่จำเป็นต้องมีวินัยในการลงทุน และต้องสามารถทำใจตัดขาดทุนได้ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป
แต่สำหรับพอร์ตลงทุนระยะยาว ควรจะรอจนกว่าจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนกว่านี้ แล้วจึงเริ่มเข้าลงทุนในตลาดหุ้นจีนอีกครั้ง







