
เราทุกคนล้วนเป็นไทย เตือนตัวเองด้วยว่าต้องควบคุมคำ...
โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
เมื่อทุกเช้าผู้เขียนต้องอ่านข่าวผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ และข้อมูลที่ไหลท่วมท้นมาให้ตัวเราได้เสพอย่างมากมายก่ายกอง ตัวละครที่ออกมาพูด มาให้ข้อมูล ที่บางครั้งก็รับได้ รับไม่ได้ เหนือสิ่งอื่นใดผู้เขียนรู้สึกได้ว่าในถ้อยความระหว่างคำ ทำไมถึงได้ใจร้าย ใจดำ ทำร้ายประเทศ สังคม เศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ระหว่างองค์กร หรือทำร้ายสถาบันที่ตนเองและผู้ถูกกล่าวถึงได้อย่างไม่รู้สึกรู้สา ทำไมหรือเหตุปัจจัยใดหนอคนบางคนจึงได้คิดแต่สร้างปัญหาให้เป็นภาระต่อจิตใจคนในสังคมได้ทุกเช้าที่ลืมตาตื่นขึ้นมา ในขณะที่บางเรื่อง บางประเด็น ในบางเวลาสื่อก็เข้าไปคลุกวงในจนแยกไม่ออกว่า ความเป็นสื่อกลางนั้นกลางจริงหรือไม่ เป็นต้น
ผู้เขียนเก็บความสงสัยไว้นานพอควร เมื่อสบโอกาสจึงลองถามเอากับคนที่เรียนอักษรศาสตร์ ซึ่งก็คือลูกสาวในประเด็นที่เกริ่นข้างต้น สิ่งที่ลูกสาวได้เขียนส่งออกมาก็คือเนื้อหาดังต่อไปนี้ครับ
การควบคุมคำ : เตือนตัวเอง
สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้จากชีวิตช่วงนี้ คือ ในหลายๆ ครั้งคำพูดเป็นนายคน ตอนที่เราไม่ได้พูดหรือเขียนอะไร คำพูดจะอยู่ในใจเราเพียงคนเดียว แต่ถ้าคำเหล่านั้นกลั่นออกมาแล้วมีการบอกเล่าผ่านปากและนิ้วมือของตัวเราเองให้ผู้อื่นรับรู้ในวงกว้าง เราย่อมต้องยอมรับผลที่จะตามมาจากสารที่ตนส่งออกไป เพราะเรายินยอมให้คำพูดของตนเองออกมาสู่สายตาของผู้รับสารด้วยตัวเอง และผู้รับสารย่อมมีความเห็นหลากหลายต่อสิ่งที่เรานำเสนอ เรามีสิทธิพูดและเขียนความคิดของตนเองฉันใด คนอื่นก็มีสิทธิรู้สึกและวิจารณ์งานของเราด้วยความคิดและความรู้สึกของเขาฉันนั้น ดังนั้นการคัดกรองเรื่องและเลือกคำที่จะพูดจะเขียนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากไม่ฝึกตนเอง (ผู้เขียน-ย้ำว่าต้องฝึกการแยกแยะว่าอะไรดีอะไรชั่วถ้าได้กระทำลงไป) สิ่งที่ส่งออกไปอาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเองในท้ายที่สุด
อาจารย์ท่านหนึ่งเคยสอน 3 สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการเขียนอะไรออกไปให้คนอื่นได้เห็นดังต่อไปนี้
1.Logos อ่านให้มากรู้ให้มาก เพื่อให้มีเหตุผลมีตรรกะในการเขียนเรื่องราว มีการลำดับเนื้อหาความคิด การคิดเองแต่เพียงผู้เดียวอาจทำให้ข้อมูลบิดเบือนจากความจริง การมี Writing Partner (คู่เขียน) มีคนคอยอ่านงานสามารถทำให้เห็นจุดด้อยในความคิดตนเองได้ง่ายขึ้นเพราะเรามักมองไม่ค่อยเห็นความ
ผิดพลาดในสิ่งที่ตนผลิต
2.Ethos มีจริยธรรมในการเขียน มองเรื่องราวจากหลายๆ มุม มองจากฝั่งของตัวเองแล้วหันมองคนที่อาจเห็นต่าง ต้องไม่ลืมว่าคนเราคิดต่างกันได้ เมื่อเขียนเสร็จควรถามตนเองว่า เราแฟร์แล้วหรือยัง ยุติธรรมพอหรือไม่ พูดไปเป็นการโจมตีผู้อื่นมากเกินไปหรือไม่
3.Pathos ตรวจดูข้อความว่าความรู้สึกอยู่เหนือเหตุผลหรือไม่? มีการใช้อารมณ์ อคติมากอาจบดบังความคิด ความยุติธรรมในการเขียนให้ลดน้อยลงกว่าเวลาอารมณ์คงที่หรือไม่
4.ความใจเย็น (ข้อนี้เพิ่มเอง)
แต่ก่อนเรา (ผู้เขียน-หมายถึงลูกสาว) ใจร้อนและคิดจุกจิกกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ กว่าปัจจุบันนี้มาก แต่เราค่อยๆ เปลี่ยนตัวเองผ่านการเขียน เราลองเขียนข้อความแล้วทิ้งมันไว้สัก 30 นาที หรือบางทีหลายชั่วโมง จากนั้นจึงกลับมาอ่านดูด้วยตนเองในขณะที่จิตใจสงบ แล้วถามตัวเองว่าเราอยากพูดสิ่งนี้ให้คนอื่นได้ยินใช่ไหม สิ่งที่เราจะนำเสนอผ่านการคัดกรองมาแล้วหรือไม่ ถ้าใช่ก็เล่า ถ้าไม่ก็ปล่อยให้มันผ่านไป พอลองทำแล้วเราก็ใจเย็นขึ้น อดทนได้มากขึ้น เปิดรับคนอื่นมากขึ้น เห็นใจคนอื่นมากขึ้น เพราะคำที่ออกมาไม่ได้ถูกปล่อยออกในขณะที่หัวยังร้อนอยู่อีกต่อไป ถ้านี่คือคำตอบของเด็กที่กำลังเรียนจบในอีกไม่กี่เดือน เราที่เป็นผู้ใหญ่ใกล้ลงโลงแล้ว ควรควบคุมคำที่ทำร้าย ทารุณกันได้แล้วหรือไม่ เพราะเหตุผลที่ว่าเราทุกคนล้วนเป็นไทย







