
บล.คันทรี่เปิดหามิตร
ลือสะพัด บล.คันทรี่ กรุ๊ป เจรจาขายกิจการ “สดาวุธ เตชะอุบล” ดับข่าวขายพอร์ตรายย่อย ขยายโฮลดิ้งส์
ลือสะพัด บล.คันทรี่ กรุ๊ป เจรจาขายกิจการ “สดาวุธ เตชะอุบล” ดับข่าวขายพอร์ตรายย่อย ขยายโฮลดิ้งส์
ด้านวงการบริษัทหลักทรัพย์มีกระแสข่าวสะพัดในวงการตลาดทุนว่า บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) อยู่ระหว่างการหาผู้สนใจซื้อกิจการหลักทรัพย์ เนื่องจากมีผู้บริหารรายหนึ่งลาออกไปอยู่บริษัทหลักทรัพย์เออีซี (AEC) พร้อมด้วยทีมงานเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติ้ง) จำนวนหนึ่ง ส่งผลกระทบต่อรายได้นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวว่า บล.คันทรี่ กรุ๊ป ได้ขายบัญชีลูกค้ารายย่อยให้กับบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของสิงคโปร์ไปแล้ว เพื่อมุ่งเป็นโบรกเกอร์ที่ให้บริการลูกค้าสถาบันหรือกองทุนเป็นหลัก
ทั้งนี้ ผู้บริหาร บล.คันทรี่ กรุ๊ป ยอมรับว่า มีการเจรจาจริงแต่ยังไม่จบ โดยมีผู้สนใจ 2-3 ราย เข้ามาหารือเพื่อขอซื้อพอร์ตรายย่อย ซึ่งยังไม่สรุปว่าจะขายให้รายใด
“ที่เป็นข่าวขายพอร์ตรายย่อยให้ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ไม่น่าจะเป็นความจริง เพราะตอนนี้ยังเจรจากันอยู่ 2-3 ราย เมื่อการเจรจายังไม่จบ ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้”
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การลาออกของนายชนะชัย จุลจิราภรณ์ อดีตกรรมการผู้จัดการสายงานหลักทรัพย์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป และมาร์เก็ตติ้งบางส่วนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมูลค่าการซื้อขายของบริษัทและไม่กระทบรายได้ เนื่องจากปัจจุบันค่ารายได้ซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชั่น) มีอัตรากำไรน้อยมาก หลังจากเปิดเสรีค่าคอมมิชชั่น ซึ่ง บล.คันทรี่ กรุ๊ป ไม่ได้คำนึงถึงรายได้จากส่วนนี้ แต่ให้ความสนใจต้องการรายได้ที่ชัดเจนมากกว่า
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า การเปิดเสรีคอมมิชชั่น ทำให้ธุรกิจหลักทรัพย์เสียหาย เพราะเกิดการแข่งขันตัดราคาค่าคอมมิชชั่น หากโบรกเกอร์รายไหน แข่งไม่ได้ มุ่งรายได้หลักจากคอมมิชชั่น ทำให้อยู่ลำบากต้องหาบริการที่เป็นจุดขายให้ธุรกิจอยู่รอด
“บล.คันทรี่ กรุ๊ป ได้ปรับตัวเป็นโฮลดิ้งส์มานานแล้ว เป็นโฮลดิ้งส์ที่ไปลงทุนในธุรกิจอื่นที่สร้างผลตอบแทน สร้างรายได้ที่มั่นคง ส่วนการตัดค่าคอมมิชชั่น ลดแลกแจกแถมไม่ไหว ตรงนี้โบรกเกอร์ต้องปรับตัว ถ้าไม่ปรับตัวจะลำบาก” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวกล่าวถึงธุรกิจวาณิชธนกิจ ว่า ทีมงานวาณิชธนกิจปัจจุบันมี 2 ทีม ทำงานตามปกติสามารถสร้างรายได้ที่ดี โดยได้ทีมงานที่มีประสบการณ์สูงเข้ามาเสริม หลังจากที่นายชูพงศ์ ธนเศรษฐกร กรรมการผู้จัดการลาออกไปตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (CGH) ถือหุ้นใน บล.คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) 100% ลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี (MFC) จำนวน 29.90 ล้านหุ้น คิดเป็น 24.83% และลงทุนในบริษัท ผาแดงอินดัสทรี (PDI) จำนวน 38 ล้านหุ้น คิดเป็น 16.82%
นายสดาวุธ เตชะอุบล ประธานกรรมการ บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า ธุรกิจหลักทรัพย์ยังดำเนินงานตามปกติ ไม่ได้มีการขายพอร์ตรายย่อยให้โบรกเกอร์รายหนึ่งตามที่เป็นข่าวลือ แต่มีหลายรายสนใจ ซึ่งยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจน
สำหรับธุรกิจโฮลดิ้งส์ ปัจจุบันมีการปรับปรุงและขยายพื้นที่รองรับการขยายธุรกิจการลงทุนให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่ง โดยไม่มุ่งเน้นแค่ธุรกิจหลักทรัพย์เท่านั้น ซึ่งธุรกิจการลงทุนสร้างรายได้ที่มั่นคงต่อเนื่องจากการลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี (MFC) และบริษ้ทท ผาแดงอินดัสตรีส์ (PDI)
“คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เตรียมลุยขยายงานขยายธุรกิจ เบื้องต้นขยายสำนักงานให้ใหญ่ขึ้น รองรับการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งมีธุรกิจหลักทรัพย์เป็นหน่วยงานอยู่ในพื้นที่ที่ขยาย แต่มีการแยกสัดส่วนการทำงานที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความคล่องตัว” นายสดาวุธ กล่าว







