
ลุ้นอันดับทำธุรกิจขยับ
“สมคิด” ถกเวิลด์แบงก์ มั่นใจไทยได้ขยับอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ จัดประชาสัมพันธ์ใหญ่เดือน พ.ค.นี้
“สมคิด” ถกเวิลด์แบงก์ มั่นใจไทยได้ขยับอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ จัดประชาสัมพันธ์ใหญ่เดือน พ.ค.นี้
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการหารือกับตัวแทนธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ที่เข้ามาประเมินเรื่อง การยกระดับการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ (Doing Business) ว่า ทางเวิลด์แบงก์ได้รับรายงานความคืบหน้าตามขั้นตอนต่างๆ และพอใจกับหลายเรื่องที่ทางการไทยได้เร่งดำเนินการแก้ไขอุปสรรคต่างๆ และเร่งออกกฎหมายในหลายเรื่อง เชื่อว่าจะมีผลต่อการปรับการจัดอันดับไทยในปีนี้และปีหน้าที่ดีขึ้น
นายสมคิด กล่าวว่า ในเดือน พ.ค.นี้จะให้ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สภาอุตสาหกรรม และเอกชน จัดงานเพื่อประชาสัมพันธ์เรื่องนี้เป็นการรายงานความคืบหน้าให้นายกรัฐมนตรี และภาคเอกชนรับทราบว่ามีการพัฒนากระบวนการอำนวยความสะดวกทางการค้าไปอย่างไรบ้างแล้ว
“ได้ชี้แจงเรื่องแนวทางการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนว่า เราเริ่มทำจากภายใน ด้วยการยกระดับราคาสินค้าเกษตร การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แบ่งเป็นคลัสเตอร์ มีการทำโครงการสตาร์ทอัพ ซึ่งเรื่องพวกนี้เวิลด์แบงก์พอใจ และมีข้อแนะนำในหลายเรื่อง ซึ่งเราเสนอว่าต่อไปต้องการให้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด” นายสมคิด กล่าว
ด้าน นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ในการประเมินของเวิลด์แบงก์ ในเดือน มิ.ย. 2559 นี้ ไทยจะมีอันดับที่ดีขึ้นแน่นอน เนื่องจากที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้มีการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ที่เคยเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจให้มีความสะดวกมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลไม่ได้หวังเรื่องขยับอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจขึ้นเท่านั้น แต่ต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความสะดวกในการทำธุรกิจในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง เนื่องจากมองว่าในระยะต่อไปภาคเอกชนจะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คงจะหวังพึ่งรัฐบาลเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้
“รัฐบาลจะลดบทบาทลงมาเป็นผู้ดูแลให้แก้ปัญหาเพื่อให้การทำธุรกิจในทุกส่วนมีความสะดวกมากขึ้น เชื่อว่าจะทำให้เอกชนทั้งในและต่างประเทศเริ่มให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ซึ่งไทยเองจะได้เปรียบประเทศอื่นมากกว่า เพราะมีสภาพแวดล้อมที่ดี รวมถึงที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้เร่งดำเนินการด้านภาษี อาทิ ลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 20% ปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา น่าจะเป็นตัวสร้างแรงจูงใจในการลงทุนได้เป็นอย่างดี” นายอภิศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับแนวทางการยกระดับความสะดวกในการทำธุรกิจ เริ่มจากการจัดตั้งธุรกิจ สามารถยื่นเรื่องขอจดทะเบียนได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจ และทำเรื่องยื่นประกันสังคม ผ่านเว็บไซต์ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในสิ้นปีนี้ และกรณีที่มีการขออนุญาตก่อสร้าง ระบบไฟฟ้า และประปา สามารถจ่ายผ่านระบบอี-เพย์เมนต์ คาดว่าเริ่มได้ในปลายเดือน ก.ย.นี้ ขณะที่ระบบการเสียภาษีก็จะมีการเชื่อมข้อมูลของเว็บไซต์กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกระทรวงการคลัง เพื่อให้เกิดความสะดวกในการยื่นภาษี และภายในสิ้นปีนี้จะรวมเว็บไซต์ของกรมศุลกากรให้สามารถจ่ายภาษีทางออนไลน์ได้ภายในที่เดียวกัน
สำหรับระบบการจ่ายเงินของลูกจ้างของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) นั้น คาดว่าภายในเดือน มิ.ย.นี้จะสามารถรวมไว้ที่จุดเดียวผ่านระบบออนไลน์ และให้มีการส่งเอกสารไปยังธนาคารก่อนมีการส่งต่อไปยัง สปส.อย่างเป็นระบบมากขึ้น ขณะที่การนำเข้า-ส่งออกสินค้า ที่ผ่านมากรมศุลกากรได้พยายามแก้ปัญหาลดระยะเวลาการดำเนินงาน ทำให้ส่วนนี้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ส่วนการปิดกิจการนั้น กรมบังคับคดีได้ปรับปรุงกฎหมายล้มละลายเพื่อให้การดำเนินงานในส่วนนี้เป็นสัดส่วนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์







