
กรุงไทยให้กู้ ลูกค้ารับเงิน สำนักไปรษณีย์
กรุงไทยจับมือไปรษณีย์ไทย ปล่อยกู้แล้วให้ลูกค้ารับเงินได้ที่ทำการไปรษณีย์ ลั่นขยายสินเชื่อแฟกเตอริ่ง 2 หมื่นล้านปีนี้
กรุงไทยจับมือไปรษณีย์ไทย ปล่อยกู้แล้วให้ลูกค้ารับเงินได้ที่ทำการไปรษณีย์ ลั่นขยายสินเชื่อแฟกเตอริ่ง 2 หมื่นล้านปีนี้
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย ขยายช่องทางการให้บริการผ่านไปรษณีย์เป็นธนาคารแรก โดยให้ลูกค้าที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้วสามารถส่งเอกสารทางการค้าเพื่อขอเบิกใช้วงเงิน ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยไปรษณีย์จะจัดส่งเอกสารถึงธนาคาร ภายใน 24 ชม. และธนาคารจะเบิกเงินสินเชื่อให้ลูกค้าทันทีภายใน 24 ชม. เมื่อได้รับเอกสารครบถ้วน
นายทรงพล กล่าวว่า ความร่วมมือกับไปรษณีย์ครั้งนี้ เพื่อลดอุปสรรคจากกรณีที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในต่างจังหวัดยังไม่เข้าใจสินเชื่อประเภทนี้ และกระบวนการเบิกสินเชื่อที่มีขั้นตอนการนำส่งเอกสาร แม้ว่าธนาคารจะมีสาขากว่า 1,200 แห่งก็ตาม จึงขยายช่องทางบริการเพิ่มที่ไปรษณีย์ซึ่งมี 1,300 แห่ง ซึ่งจะทำให้การจัดส่งเอกสารรวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ธนาคารมีโอกาสขยายสินเชื่อแฟกเตอริ่ง หรือสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจเพิ่มมากขึ้น หลังจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาทำให้คู่ค้าของลูกค้าดึงเทอมชำระหนี้นานขึ้น ทำให้ลูกค้าจำเป็นต้องใช้สินเชื่อเพื่อหมุนเวียนระหว่างรอการชำระหนี้
ทั้งนี้ แม้ในช่วงไตรมาสแรกยอดสินเชื่อยังชะลอตัวซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลคืนสินเชื่อ แต่ช่วงเวลาที่เหลือมีโอกาสที่สินเชื่อจะเป็นไปตามเป้าหมาย โดยในไตรมาส 2 ธนาคารมีแผนเจาะกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และกระดาษ เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น รองรับผลกระทบจากภัยแล้งและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ
อย่างไรก็ตาม ในครึ่งปีหลังจะเจาะกลุ่มโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมทั้งต่างจังหวัดและหัวเมืองใหญ่ พร้อมทั้งกลุ่มภาคบริการ อาทิ ธุรกิจจัดหางาน จัดงานแสดงสินค้า ธุรกิจโฆษณาสิ่งพิมพ์ เป็นต้น โดยตั้งเป้าหมายยอดสินเชื่อธุรกิจแฟก เตอริ่งโตก้าวกระโดดเป็น 2 หมื่นล้านบาทในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท พร้อมกับขยายส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 ภายในปี 2560
สำหรับสินเชื่อแฟกเตอริ่ง เป็นสินเชื่อระยะสั้น ไม่ต้องใช้หลักประกัน ใช้เพียงใบกำกับสินค้า (อินวอยซ์) นำมาแลกเป็นเงินสูงสุดถึง 90% อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยยังต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชี (โอดี) 2% เพิ่มความคล่องตัวในธุรกิจ







