
กองทุนฟื้นฟูฯคืนหนี้เพิ่ม
กองทุนฟื้นฟูฯ จ่ายหนี้งวดเดือน มี.ค.ปีนี้ รวม 1.2 หมื่นล้าน ลดยอดหนี้คงค้างเหลือ 9.8 แสนล้าน ยันไม่ขายหุ้นกรุงไทยตามข่าวลือ
กองทุนฟื้นฟูฯ จ่ายหนี้งวดเดือน มี.ค.ปีนี้ รวม 1.2 หมื่นล้าน ลดยอดหนี้คงค้างเหลือ 9.8 แสนล้าน ยันไม่ขายหุ้นกรุงไทยตามข่าวลือ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) รายงานความคืบหน้าการชำระหนี้ของกองทุนฟื้นฟูฯ ที่รับโอนมาจากรัฐบาล ตาม พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2555 ว่า ล่าสุด ณ สิ้นงวดเดือน มี.ค. 2559 กองทุนฟื้นฟูฯ ได้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยรวม 12,078 ล้านบาท แบ่งเป็นการชำระเงินต้น 8,300 ล้านบาท และชำระดอกเบี้ย 3,778 ล้านบาท
ทั้งนี้ การชำระหนี้แบ่งเป็นการชำระเงินต้น 8,300 ล้านบาท จากการเอาเงินนำส่งของสถาบันการเงินที่เก็บจากยอดเงินรับฝากในอัตรา 0.46% ไปชำระหนี้ในส่วนของ FIDF1 ในงวดนี้ 4,000 ล้านบาท และเอาเงินที่ได้จากการบริหารสินทรัพย์ของกองทุนฟื้นฟูฯ เองอีก 4,300 ล้านบาท ไปชำระหนี้ในส่วนของ FIDF1 เช่นกัน ทำให้ยอดหนี้คงค้างทั้งหมดที่รับโอนมาจากรัฐบาลเมื่อปี 2555 จำนวน 1,138,305 ล้านบาท ลดลงไปแล้วทั้งสิ้น 155,136 ล้านบาท หรือ 13.63% เหลือยอดคงค้างอยู่ในปัจจุบันที่ 983,170 ล้านบาท
สำหรับยอดหนี้คงค้างในปัจจุบันที่ 983,170 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้เงินต้นคงค้างของ FDF1 จำนวน 391,812 ล้านบาท และ FIDF3 มีหนี้เงินต้นคงค้าง 591,357 ล้านบาท
นอกจากนี้ กองทุนฟื้นฟูฯ ยังได้ชำระภาระดอกเบี้ยในงวดนี้อีก 3,778 ล้านบาท รวมยอดสะสมการชำระดอกเบี้ยไปแล้วทั้งสิ้น 156,027 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมยอดชำระสะสมทั้งยอดจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้น ที่กองทุนฟื้นฟูฯ ชำระมาแล้วตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน รวมเป็นระยะเวลา 4 ปีกว่านั้น คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 311,163 ล้านบาท
รายงานข่าวจาก ธปท. ระบุว่า แม้จะมีกระแสข่าวมาหลายรอบว่ากองทุนฟื้นฟูฯ อาจจะขายหุ้นของธนาคารกรุงไทย (KTB) ที่กองทุนฟื้นฟูฯ ถืออยู่ ณ สิ้นงวด 31 ธ.ค. 2558 รวม 7,696,248,833 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 55.05% ของหุ้นทั้งหมด แต่กองทุนฟื้นฟูฯ ยังยืนยันว่าไม่มีแนวคิดจะขายหุ้นธนาคารกรุงไทยออกแต่อย่างใด เนื่องจากยังได้รับเงินปันผลมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ที่ผ่านมากองทุนฟื้นฟูฯ ได้วางแผนการทำงานเพื่อให้สามารถชำระหนี้คืนทั้งหมดได้ภายในอีก 15 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าเมื่อหนี้ในส่วนเงินต้นลดลงอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ภาระการจ่ายดอกเบี้ยลดลงด้วย
ขณะที่แหล่งเงินที่นำมาใช้ในการชำระหนี้ของกองทุนฟื้นฟูฯ นั้น โดยหลักๆ จะมาจาก 3 แหล่ง คือ 1.จากสินทรัพย์คงเหลือในบัญชีผลประโยชน์ของทุนสำรอง เงินตราระหว่างประเทศของ ธปท. 2.เงินนำส่งจากสถาบันการเงิน ที่ปัจจุบันจัดเก็บในอัตรา 0.46% ของฐานเงินฝากแต่ละปี และ 3.จากเงินหรือสินทรัพย์ที่มีอยู่ของกองทุนฟื้นฟูฯ อาทิ เงินปันผลจากการถือหุ้นในธนาคารกรุงไทย บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (บสส.) เป็นต้น







