
มองเงินนอกจ่อทำกำไร
บลจ.ไทยพาณิชย์ มองเงินนอกไหลเข้าหุ้น-ตราสารหนี้ไทยช่วงสั้น ระวังแรงขายทำกำไร ชูกองทุน SCBLEQ ลงทุนหุ้นผันผวนต่ำทั่วโลก
บลจ.ไทยพาณิชย์ มองเงินนอกไหลเข้าหุ้น-ตราสารหนี้ไทยช่วงสั้น ระวังแรงขายทำกำไร ชูกองทุน SCBLEQ ลงทุนหุ้นผันผวนต่ำทั่วโลก
นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทย โดยเฉพาะตราสารหนี้ระยะสั้นกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งมองว่าเงินส่วนนี้ไม่น่าจะอยู่ยาว แต่จะเข้ามาลงทุนประมาณ 1-2 เดือน เพื่อเก็งกำไรค่าเงิน ซึ่งเป็นภาพที่เกิดขึ้นทั่วเอเชีย
สำหรับตลาดหุ้นไทยมีเงินต่างชาติไหลเข้ามาตั้งแต่ต้นปีกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท หลังจากขายออกไปในช่วง 3 ปีที่ผ่านมากว่า 4 แสนล้านบาท จึงถือว่าเงินที่ไหลเข้ามาไม่มากและน่าจะเข้ามาในช่วงสั้น โดยเงินต่างชาติที่ไหลเข้ามาจะเข้าหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และสื่อสาร ซึ่ง 3 กลุ่มนี้มีส่วนแบ่งในการคำนวณดัชนีกว่า 50% ดังนั้นช่วงที่ผ่านมาเงินต่างชาติจึงดันดัชนีตลาดหุ้นไทยให้ปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะกลุ่มกองทุนดัชนี (Index Fund) เป็นกลุ่มที่นำตลาดขึ้นมาหมด ขณะที่กองทุนที่บริหารเชิงรุกจะแพ้ดัชนี
"ช่วงต้นปีกองทุนที่บริหารเชิงรุกต่างปรับลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานลงเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากราคาน้ำมันเป็นสิ่งที่คาดการณ์ยาก มีปัจจัยการเมืองในตะวันออกกลางและอีกหลายปัจจัยที่เข้ามากระทบ พอเงินนอกเข้ามากองทุนเหล่านี้จึงแพ้กองดัชนี" นายสมิทธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตอนนี้ไม่แนะนำให้ซื้อหุ้น เนื่องจากต่างชาติเข้ามาตั้งแต่ช่วงดัชนี 1,200 จุดปลายๆ จนขึ้นมาถึง 1,400 จุด ดังนั้นในปีนี้จึงมองว่าตลาดหุ้นไทยจะมีความผันผวนมากและเป็นตลาดของการเล่นรอบในการซื้อขาย บริษัทจึงมองหาหุ้นที่ยังไม่ขึ้นและมีพื้นฐานดี เพื่อเข้าลงทุนและขายหุ้นที่มีกำไรออกไปจากพอร์ต
นายสมิทธ์ กล่าวว่า ในสภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวนบริษัทจึงได้ร่วมมือกับธนาคารซิตี้แบงก์ ในฐานะตัวแทนสนับสนุนการขายกองทุนของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ซึ่งได้เริ่มเสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้น Low Volatility (SCBLEQ) ที่เน้นการลงทุนในหุ้นที่มีความผันผวนน้อย เสนอขายระหว่างวันที่ 21-27 เม.ย. 2559 จองซื้อขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท
ทั้งนี้ กองทุน SCBLEQ จะนำเงินเข้าไปลงทุนใน AB Low Volatility Equity Portfolio : Share Class I อยู่ภายใต้ UCITS บริหารโดย Alliance Bernstein L.P ซึ่งปัจจุบันพอร์ตการลงทุนเน้นลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพและความผันผวนต่ำทั่วโลกโดยเน้นในตลาดที่พัฒนาแล้วเป็นหลัก
ปัจจุบันกองทุนมีการกระจายการลงทุนในหุ้นกว่า 90 ตัว เน้นการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มการเงิน กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เป็นต้น โดยหุ้นในพอร์ตมีค่าเบต้าต่ำเฉลี่ย 0.8 เท่านั้น โดยกองทุนดังกล่าวเหมาะแก่การถือลงทุนในระยะ 3-5 ปี โดยคาดว่ามีโอกาสจะได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยจากการถือครองในช่วงเวลาดังกล่าวประมาณ 6% ต่อปี
นายบุญนิเศรษฐ์ ธัญวรอนันต์ ที่ปรึกษาด้านการลงทุนจากซิตี้โกลด์ กล่าวว่า การจัดพอร์ตการลงทุนในปีนี้ยังคงให้น้ำหนักหุ้นมากกว่าตราสารหนี้ โดยหุ้นภูมิภาคที่มีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนดี ได้แก่ ยุโรป ญี่ปุ่น และเอเชีย นอกจากนี้แนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีเรตติ้งลงทุนได้ เพื่อชดเชยความเสี่ยงจากความผันผวนของหุ้น
สำหรับราคาน้ำมันในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนทองคำเฉลี่ยประมาณ 1,185 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์







