posttoday
กทช.ต้นเหตุ ค่าโทร.มือถือไทยแพงเกิน

กทช.ต้นเหตุ ค่าโทร.มือถือไทยแพงเกิน

05 สิงหาคม 2553

การเสวนา “ค่าโทร.เมืองไทยถูกได้กว่านี้” จัดโดยสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ สบท. ในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. มีการเปิดเผยตัวเลขโดย สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ว่า ทุกวันนี้ 3 ค่ายมือถือ คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค และบริษัท ทรูมูฟ มีกำไรรวมกันปีละ 2.7 หมื่นล้านบาท จากการคิดค่าบริการมือถือที่แพงเกินต้นทุนจริง

ทั้งนี้ เพราะการคิดค่าบริการของค่ายมือถือทุกวันนี้แบ่งเป็นค่าบริการนอกเครือข่าย (ออฟเน็ต) เฉลี่ยนาทีละ 1.44 บาท และค่าบริการในเครือข่าย (ออนเน็ต) นาทีละ 88 สตางค์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่าโทร.ในเครือข่ายถูกกว่านอกเครือข่าย 56 สตางค์ และกลายเป็นกำไรมหาศาลของค่ายมือถือ เพราะต้นทุนการให้บริการจริงๆ ไม่ถึง 1.44 บาท อย่างแน่นอน

สาเหตุที่ค่าบริการออนเน็ตออฟเน็ตไม่เท่ากันนั้น เกิดขึ้นจากประกาศของ กทช.ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการมือถือทุกรายเข้าสู่กระบวนการจ่ายค่าเชื่อมโยงโครงข่าย หรือไอซี (อินเตอร์คอนเนกชันชาร์จ) ในอัตรานาทีละ 1.07 บาท จึงทำให้ค่ายมือถือต้องเก็บค่าบริการโทร.นอกเครือข่ายที่สูง เพื่อให้คุ้มทุนกับค่าไอซีที่ต้องจ่ายไป ขณะที่การโทร.ในเครือข่ายนั้นไม่มีต้นทุนค่าไอซี จึงสามารถเรียกเก็บในราคาที่ต่ำกว่าได้

แม้ข้อกล่าวอ้างของค่ายมือถือจะดูสมเหตุสมผล แต่ สมเกียรติ มองว่าที่เป็นเช่นนี้ เพราะ กทช.ไม่ได้กำหนดค่าไอซีที่สะท้อนต้นทุนจริงที่ควรจะอยู่ที่นาทีละ 2730 สตางค์เท่านั้น แต่ กทช.กลับเห็นชอบที่นาทีละ 1.07 บาท จึงทำให้ราคาค่าโทร.มือถือเสียทั้งระบบ หรือเท่ากับว่า กทช.ไม่ได้ทำหน้าที่หน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมตามแนวทางที่ควรจะเป็น

สมเกียรติ แนะให้ผู้ใช้บริการมือถือที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องนี้ฟ้องศาลปกครองที่ กทช.ไม่ได้ทำตามอำนาจที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกำหนดค่าไอซี และหลักเกณฑ์ของ กทช.ที่กำหนดให้ค่าโทร.ออนเน็ตออฟเน็ตในราคาเท่ากัน แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

สอดคล้องกับ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการ สบท. กล่าวว่า ค่าบริการมือถือประเทศไทยไม่ได้ถูกติด 1 ใน 3 ของโลก ตามที่ผู้ให้บริการมือถือกล่าวอ้าง ซึ่งจากการสำรวจค่าบริการมือถือกว่า 160 ประเทศทั่วโลก ของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือไอทียู พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 45 ส่วนอันดับ 1 คือ ฮ่องกง มาเก๊า และมาเลเซีย แม้กระทั่งประเทศเบลารุสที่น้อยคนจะรู้จัก ก็ยังถูกกว่าประเทศไทย

นอกจากนี้ ค่าบริการในปัจจุบันไม่ได้ถูกเรียกเก็บเป็นการใช้งานจริงตามวินาที เพราะหากใช้งานไม่ถึงนาทีจะถูกปัดเศษเป็นนาทีแรก รวมทั้งค่าบริการเหมาจ่ายรายเดือนแบบโทร.ไม่อั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วโทร.ไม่ออก ซึ่งบางรายต้องกดหมายเลขเดียวกันถึง 50 ครั้งถึงจะโทร.ติด ซึ่งไม่คุ้มค่ากับค่าบริการรายเดือนที่ผู้ใช้บริการต้องจ่าย

ไม่เพียงแต่เรื่องค่าโทร.แบบไม่อั้นแต่โทร.ไม่ติดเท่านั้นที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการ เพราะ สบท.ยังเห็นว่า กทช.ควรเข้ามาดูแลในเรื่องบริการเสริมต่างๆ เช่น บริการดูดวงผ่านมือถือ บริการดาวน์โหลดต่างๆ ที่เมื่อผู้ใช้บริการกดรับโดยไม่ตั้งใจแต่เป็นผลถึงค่าบริการต่อเนื่องทุกเดือน และเมื่อจะยกเลิกบริการกลับใช้เวลานานถึง 3 เดือน ในทำนองว่าสมัครง่าย แต่ยกเลิกยาก

รวมไปถึงค่าเปิดเลขหมาย 107 บาท ที่ผู้ให้บริการบางรายจะยอมยกเลิกไม่เก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว แต่กลับเปลี่ยนเป็นค่าติดตามทวงถาม เท่ากับว่าผู้ใช้บริการยังต้องเสียเงินอยู่ดี

ทั้งหมดสะท้อนว่าการที่ผู้บริโภคต้องเสียเปรียบค่ายมือถือในปัจจุบันนี้ เป็นเพราะความหย่อนยานในการดูแลของหน่วยงานอย่าง กทช. ที่ชอบอ้างตัวเองว่าเป็นหน่วยงานที่ต้องการทำเพื่อประโยชน์ให้กับประชาชนมาโดยตลอด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท