
ห่วงโซ่พัฒนาผลิตภัณฑ์
นับวันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจะเป็นประเด็นในการสนทนามากขึ้นในทุกวงการ โดยเฉพาะข่าวการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติทั่วทุกมุมโลก อย่างกรณีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ญี่ปุ่นขณะนี้
นับวันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจะเป็นประเด็นในการสนทนามากขึ้นในทุกวงการ โดยเฉพาะข่าวการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติทั่วทุกมุมโลก อย่างกรณีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ญี่ปุ่นขณะนี้
ปัจจุบันกลุ่มเครือข่ายทางสังคมและประชาชน ทั้งที่เป็นการรวมตัวอย่างอิสระและที่ได้รับผลกระทบด้วยตัวเองจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น และฤดูกาลที่แปรเปลี่ยน ได้เพิ่มความต้องการที่จะมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังต้องการร่วมผลักดันผ่านแผนยุทธศาสตร์ของภาครัฐ เพื่อกำหนดทิศทางในการรับมือและปรับตัวต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในมาตรการและโครงการต่างๆ ด้วย
ในเรื่องของ “การผลิตด้วยความรับผิดชอบ” นั้น ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ การพัฒนาความรู้ความเข้าใจของผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคประชาชนในเรื่องของ “วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์” ซึ่งมีผลต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และเกี่ยวข้องโดยตรงกับ “การพัฒนาผลิตภัณฑ์” ต่างๆ
กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ก็คือการประดิษฐ์คิดค้นและทำการผลิตผลิตภัณฑ์ เริ่มตั้งแต่การออกแบบ ทำ ผลิต พัฒนา ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมในปัจจุบัน
สำหรับกิจการขนาดใหญ่ที่ผลิตสินค้าประเภทเครื่องอุปโภคหรือบริโภค มักจะมีโอกาสปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์บ่อยๆ โดยผู้ผลิตอาจปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกไปจนถึงนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาแทนที่เลยก็ได้ รวมถึงกรณีที่ต้องนำคุณค่าและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเข้าไปร่วมพิจารณาในการออกแบบและผลิตตั้งแต่เริ่มต้น
แต่เดิมนั้น จะมีข้อจำกัดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เนื่องจากบริษัทระดับโลกจะมีมาตรฐานการผลิตในประเทศของตนเอง จึงให้ขอบเขตและความยืดหยุ่นในการออกแบบค่อนข้างจำกัด ทำให้ผู้บริหารไทยไม่สามารถตัดสินใจปรับเปลี่ยนวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนต่างๆ ได้โดยลำพัง เพราะยังต้องยึดตามนโยบายในการคัดเลือกผู้ส่งมอบ (Supplier) และวัตถุดิบ หรือต้องเน้นด้านราคาที่เป็นจุดแข่งขันที่สำคัญ
ขณะที่การปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนและวัตถุดิบต่างๆ ยังทำให้ผู้ส่งมอบ ต้องปรับตัวตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ส่งมอบจึงต้องทำการพัฒนาระดับความสามารถในการปรับตัว รวมถึงต้องออกแบบชิ้นส่วนและกระบวนการผลิตที่ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อมากขึ้น
ดังนั้น ความร่วมมือในลักษณะของ “ห่วงโซ่อุปทาน” (Supply Chain) ของบริษัทและผู้ส่งมอบจึงมีมากขึ้นทุกที
ทุกวันนี้หน่วยงานภาครัฐก็ได้กำหนดนโยบายและแผนงานต่างๆ เพื่อรองรับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทันต่อวิกฤตการณ์และภัยพิบัติต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเช่นกัน โดยภาครัฐได้ร่วมดำเนินการกับ
หน่วยงานภาคเอกชน และภาคีที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อการบริหารจัดการและรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาสิ่งแวดล้อม และจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจ
ดังนั้น การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงต้องดำเนินการตลอดห่วงโซ่อุปทาน
โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการให้ผลิตด้วยความรับผิดชอบ สร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชน ในเรื่องของผลกระทบของผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ครับผม!







