
อาหารเสริมเนื้อหอม ขายตรงเร่งบุกตลาดปั๊มยอด
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
“ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” กลายเป็นสินค้าที่กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขายตรง ต้องปักธงทำตลาดกันทุกค่าย เพราะเป็นสินค้าที่ผลักดันยอดขายได้ง่าย และทำให้ธุรกิจขายตรงเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ด้วยชูจุดขายทางด้านฟังก์ชันนัลหรือคุณค่าทางโภชนาการ และเป็นสินค้าที่ขายความคาดหวังให้กับผู้บริโภค
ราเมศ วัฒนเสลารัต ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท วอลลารา ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงวอลลารา เปิดเผยว่า บริษัทแม่จากอเมริกาวางนโยบายให้การทำตลาดวอลลาราในไทยให้ความสำคัญกับกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น ช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้จะเปิดตัวสินค้าใหม่ 2 รายการ จากปัจจุบันมีเพียง 1 รายการเท่านั้น เนื่องจากบริษัทแม่เล็งเห็นว่าในอนาคตประชากรไทย 1 ใน 3 จะเข้าสู่วัยสูงอายุ 60 ปี ทำให้กลุ่มเป้าหมายมองหาสินค้าที่ตอบสนองความต้องการเพื่อสุขภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ก็เริ่มให้ความสำคัญโดยมีพฤติกรรมการกินอาหารเสริมเพื่อการป้องกันมากกว่าการรักษา
ทั้งนี้ หลังจากบริษัททำตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมูนิไทซ์ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีสัดส่วนรายได้ 40-50% เมื่อเทียบกับเครื่องฟอกอากาศสัดส่วน 50-60% ถือว่าสร้างอัตราการเติบโตได้อย่างรวดเร็ว สำหรับการเปิดตัวสินค้าใหม่จะผลักดันให้สัดส่วนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพิ่มเป็น 60-70% และเครื่องฟอกอากาศเหลือเพียง 30-40% การเติบโตที่รวดเร็วมาจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นสินค้าที่ซื้อง่ายขายคล่อง ผู้บริโภคเกิดการซื้อซ้ำ ซึ่งบริษัทวางเป้าหมายในสิ้นปีนี้ผลักดันรายได้แตะ 70-80 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมารายได้ 50 ล้านบาท
“ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีโอกาสเติบโตอีกมากในอนาคต ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม เพราะสาวไทยดูแลความสวยงามเริ่มมีอายุน้อยลง ส่งผลให้ตลาดดังกล่าวมีขนาดใหญ่กว่ากลุ่มเพื่อสุขภาพ ขณะที่กลุ่มผู้บริโภค 35 ปีขึ้นไปจะให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และเหตุผลสำคัญที่ผู้ประกอบการขายให้ความสำคัญกับตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพราะเป็นสินค้าที่มีกำไรที่ดีใกล้เคียงกับเครื่องฟอกอากาศด้วยซ้ำ” ราเมศ กล่าว
ด้าน ธนา ลิมปยารยะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชนธนา ซัพพลีเมนท์ ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารเสริมและความงามภายใต้แบรนด์อมาโด้ กล่าวว่า แผนธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบริษัทได้เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ใหม่ “อลิส” โดยกลยุทธ์ตลาดเน้นให้ผู้บริโภคเห็นถึงผลลัพธ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งล่าสุดได้ใช้งบราว 20 ล้านบาท สำหรับการทำอินเท็นซีฟทริปการมอบของรางวัลในรูปแบบของการท่องเที่ยว ที่ ยุโรป เกาหลี นอกจากนี้ยังแจกของรางวัลอื่นๆ มีทั้งรางวัลเงินสด เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับตัวแทนจำหน่าย
“บริษัทให้ความสำคัญกับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โดยการจัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้ตัวแทนทั่วประเทศกว่า 3,000 คนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ อาทิ กิจกรรมเสริมสร้างความรู้ในส่วนของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกิจกรรมที่จัดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรและตัวแทนจำหน่าย โดยจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เกิดความจงรักภักดีต่อองค์กรได้ในระยะยาว” ธนา กล่าว
ขณะที่ภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นสินค้าที่ขายความคาดหวังสำหรับผู้ซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อความงาม ไม่ว่าจะเป็นเซ็กเมนต์ดูแลรูปร่าง เพื่อชะลอริ้วรอยและผิวขาว ดังนั้นสินค้าในกลุ่มนี้ต้องใช้และเห็นผล ซึ่งจะก่อให้เกิดการซื้อซ้ำผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังเป็นสินค้าที่อิงกระแสแฟชั่น วัฏจักรสินค้าจึงสั้นกว่าที่คิด ผู้ประกอบการต้องพัฒนาสินค้านวัตกรรม ออกมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงซื้อสินค้าคู่แข่งที่มีนวัตกรรมที่ทำให้สวยด่วน เร็ว และดีต่อสุขภาพ นั่นคือ ความท้าทายของผู้ประกอบการขายตรงในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร







