
สรรพสามิตตีปีกภาษีครึ่งปีเข้าเป้า
สรรพสามิตโล่งอก ครึ่งแรกปีงบประมาณ 2559 เก็บภาษีเข้าเป้า ยอดขายภาษีเหล้า เบียร์ รถยนต์ ยังเพิ่ม
สรรพสามิตโล่งอก ครึ่งแรกปีงบประมาณ 2559 เก็บภาษีเข้าเป้า ยอดขายภาษีเหล้า เบียร์ รถยนต์ ยังเพิ่ม
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การเก็บภาษีของกรมเดือน มี.ค. 2559 สามารถเก็บได้เกินเป้า 3,560 ล้านบาท หรือ 8.25% เนื่องจากการเก็บภาษีเกือบทุกตัวขยายตัวได้ดี มีเพียงภาษีน้ำมันเท่านั้นที่เก็บได้ต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย 580 ล้านบาท
สำหรับภาษีสำคัญที่เก็บได้เกินเป้า ประกอบด้วย ภาษีรถยนต์เกินเป้า 550 ล้านบาท ภาษีเบียร์ 1,600 ล้านบาท ภาษีสุรา 1,690 ล้านบาท ภาษียาสูบ 180 ล้านบาท และภาษีเครื่องดื่ม 62 ล้านบาท
นายสมชาย กล่าวว่า การเก็บภาษีได้เกินเป้า ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่นของประชาชนดีขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาล ที่ทำให้คนเร่งใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ที่สำคัญคือการเก็บภาษีรถยนต์ซึ่งที่ผ่านมายังทรงตัว แต่ในเดือน มี.ค.ล่าสุด มีการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ การเก็บภาษีของกรมในรอบครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2559 สามารถเก็บได้ 2.58 แสนล้านบาท เกินเป้า 9,000 ล้านบาท หรือ 3.58% เนื่องจากภาษีสำคัญเก็บได้เกินเป้า เช่น ภาษีรถยนต์เกินเป้า 3,000 ล้านบาท ภาษีเบียร์ 6,000 ล้านบาท ภาษีสุรา 870 ล้านบาท และภาษีเครื่องดื่ม 79 ล้านบาท
ขณะที่ภาษีน้ำมันเก็บได้ต่ำกว่าเป้า 1,000 ล้านบาท และภาษียาสูบ 300 ล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าทั้งปีงบประมาณกรมสรรพสามิตจะเก็บภาษีได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ด้านการแก้ไขกฎหมายของกรมสรรพสามิตที่มีสาระสำคัญให้เก็บภาษีจากราคาหน้าโรงงานหรือสำแดงราคานำเข้ามาเป็นราคาขายปลีก คาดว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาจะพิจารณาเสร็จไม่ช้านี้ เพื่อส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาให้มีผลบังคับได้ทันภายในปีนี้
ก่อนหน้านี้ นายกฤษฎา จีนะ วิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 (ต.ค. 2558-ก.พ. 2559) จัดเก็บได้ 898,061 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 43,876 ล้านบาท หรือ 5.1% (สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 9.8%) โดยการนำส่งรายได้ของหน่วยงานอื่น การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเบียร์สูงกว่าประมาณการ
ทั้งนี้ ในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิสูงกว่าเป้าหมาย เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากการนำส่งรายได้ของหน่วยงานอื่นที่สูงกว่าประมาณการ การบริโภคภายในประเทศที่ยังคงขยายตัวได้ และผลจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างดำเนินการผลักดันระบบชาระเงินแห่งชาติซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ในปีนี้ และการจัดทำบัญชีเดียวของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งคาดว่าหากสามารถทำได้สำเร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยงานจัดเก็บภาษี และจะช่วยส่งเสริมให้กระทรวงการคลังสามารถจัดเก็บรายได้รัฐบาลได้ตามเป้าหมายที่วางไว้







