
ธุรกิจไทยเปิดเกมรุก บุกกำลังซื้อจีนยุคใหม่
แม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะมีทิศทางชะลอตัว แต่ชาวจีนกลับไม่ได้ลดการบริโภคสินค้าและบริการลงอย่างที่คาด
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
แม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะมีทิศทางชะลอตัว แต่ชาวจีนกลับไม่ได้ลดการบริโภคสินค้าและบริการลงอย่างที่คาด โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ปานกลางและสูง ยังคงมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เดินทางออกไปเที่ยว และซื้อที่อยู่อาศัยในต่างแดนมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
จุดนี้เองที่เป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทย แต่การจะมัดใจผู้บริโภคชาวจีนให้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
ธีรินทร์ รัตนภิญโญวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโสกลยุทธ์ธุรกิจและอุตสาหกรรม และรักษาการคลัสเตอร์ส่งออก ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจธนาคารไทยพาณิชย์ วิเคราะห์ว่ากลุ่มที่มีอิทธิพลต่อภาคการบริโภคของจีน คือ ผู้มีรายได้ปานกลาง ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 109 ล้านคน ซึ่งมากที่สุดในโลก อนาคตคาดว่าคนกลุ่มนี้จะมีจำนวนมากขึ้นจนกลายเป็นผู้บริโภคหลัก โดยชาวจีนมีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้าประเภทกึ่งจำเป็นและฟุ่มเฟือยมากขึ้น เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง สินค้าเกี่ยวกับสุขภาพและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ
ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยหากต้องการเข้าไปบุกตลาดแดนมังกร จะต้องติดตามกระแสใหม่ๆ ที่กำลังมาแรงในจีน เช่น กระแสรักสุขภาพ และความต้องการแบบเฉพาะราย เพื่อที่จะได้จัดหาสินค้าและบริการมาตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวจีนได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ผู้บริโภคชาวจีนยุคใหม่ยังสนใจเทคโนโลยีเป็นพิเศษ ส่งผลให้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างมาก
ขณะที่โลกออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ที่ภาคธุรกิจไม่ควรมองข้าม เพราะชาวจีนนิยมใช้หาข้อมูลข่าวสารและเลือกซื้อสินค้านอกจากจะนิยมจับจ่ายในร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ต โดยพบว่ายอดขายปลีกผ่านร้านค้าออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ซ) มีการเติบโตสูงเกือบ 50% ต่อปี และประเมินว่าในปี 2558 จะมีมูลค่าซื้อขายผ่านอี-คอมเมิร์ซมากที่สุดในโลก ประมาณ 6.72 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
“การที่ผู้บริโภคชาวจีนยุคใหม่ให้ความสนใจด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัว โดยใช้โลกออนไลน์เป็นช่องทางหนึ่งในการกระตุ้นยอดขาย ซึ่งจะทำให้สินค้าและบริการสามารถเข้าถึง
ผู้บริโภคชาวจีนได้ง่ายขึ้น” ธีรินทร์ แนะนำ
ขณะที่แบรนด์เดิมที่ชาวจีนเคยชื่นชอบในช่วงแรกๆ ก็ควรต้องปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจใหม่ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคของชาวจีนที่เปลี่ยนไป อีกทั้งยังต้องแข่งขันกับสินค้าแบรนด์อื่นๆ ทั้งแบรนด์นอกและแบรนด์ภายในประเทศ รวมทั้งผู้บริโภคชาวจีนหันไปนิยมแบรนด์สินค้าที่หรูหรามากขึ้น แต่หากผู้ประกอบการสามารถหาพันธมิตรมาช่วยกันพัฒนาสินค้าให้มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวได้ ก็เชื่อว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นได้เช่นกัน
หากต้องการบุกตลาดจีน ผู้ประกอบการไทยควรศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคท้องถิ่น เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์และสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดให้สอดคล้องกัน เพราะในอนาคตจีนจะเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยโอกาสทางการค้าและธุรกิจ โดยเฉพาะหมวดที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุและเด็ก ซึ่งไทยจะมีความได้เปรียบในอุตสาหกรรมอาหาร
ดังนั้น จีนจึงเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ผู้ประกอบการไทยจึงควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะเข้าไปนำเสนอสินค้า เพราะหากไม่ปรับตัวก็อาจทำให้พลาดโอกาสในการทำกำไรหรือสูญเสียส่วนแบ่งตลาดไปได้







