posttoday
'มาสเตอร์คูล' มุ่งสร้างสิ่งดีแก่ลูกค้า

'มาสเตอร์คูล' มุ่งสร้างสิ่งดีแก่ลูกค้า

20 เมษายน 2559

จากจุดเริ่มที่อยากให้คนไทยได้มีพัดลมไอน้ำได้ใช้ในราคาที่คุ้มค่า ทำให้เกิดแรงผลักดันสร้างธุรกิจ “พัดลมไอน้ำ” แบรนด์มาสเตอร์คูล รายแรกในประเทศไทย

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

จากจุดเริ่มที่อยากให้คนไทยได้มีพัดลมไอน้ำได้ใช้ในราคาที่คุ้มค่า ทำให้เกิดแรงผลักดันสร้างธุรกิจ “พัดลมไอน้ำ” แบรนด์มาสเตอร์คูล รายแรกในประเทศไทย และต่อเนื่อง มาจนถึง พัดลมไอเย็น รวมถึงแบรนด์มีการมุ่งสร้างนวัตกรรม งานวิจัยต่อเนื่อง เพื่อสร้างสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยให้ดีที่สุด

“นพชัย วีระมาน” กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตพัดลมไอเย็น “มาสเตอร์คูล” เปิดเผยว่า แบรนด์ได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยต่อเนื่องกว่า 14 ปีแล้ว และมีการส่งออกสินค้าไปในต่างประเทศหลายประเทศ รวมถึงทำตลาดในภูมิภาคอาเซียนรวม 9 ประเทศ และสร้างยอดขายต่อปีมากกว่า 600 ล้านบาท และบริษัทมั่นใจว่าภายในปี 2559 ยอดขายจะขยายตัวได้มากกว่า 40%

บริษัทได้วางเป้าหมายระยะยาวใน 5 ปีข้างหน้า จะสร้างยอดขายเติบโตได้ถึงระดับ 3,000-5,000 ล้านบาท และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด 10-20% ในตลาดรวมเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มเครื่องปรับอากาศและพัดลม ที่มีมูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ภายใต้การสร้างแบรนด์ “มาสเตอร์คูล” ให้ลูกค้ารู้จักเพิ่มขึ้น เพราะคุณสมบัติพัดลมไอเย็นสามารถให้ความเย็นได้ดี มีราคาต่ำกว่าเครื่องปรับอากาศ โดยมีราคาเริ่มต้นระดับ 2,000 บาท ในรุ่นขนาดเล็ก และสามารถประหยัดไฟได้มากกว่าเครื่องปรับอากาศหลายเท่า

พร้อมกับการมุ่งมั่นสร้างทีมงานภายในองค์กร รวมถึงการที่บริษัทให้ความสำคัญกับการลงทุนวิจัยและพัฒนาสินค้า เพื่อสร้างเทคโนโลยีใหม่ให้แก่ลูกค้า รวมถึงการสร้างนวัตกรรมให้แก่ตลาดพัดลมไอเย็น อีกทั้งสภาพอากาศในไทยที่ร้อนมากขึ้น จึงเชื่อว่าจะทำให้ความต้องการพัดลมไอเย็นจะมีเพิ่มขึ้นเช่นกัน

“นพชัย” กล่าวต่อว่า การเริ่มต้นสร้างบริษัทตลอด 14 ปีที่ผ่านมา จากจุดเริ่มต้นของผู้ที่ร่วมก่อตั้ง 4 คน โดยตนเองเรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แต่เมื่อเห็นว่าประเทศไทยอากาศร้อน และเครื่องปรับอากาศราคาแพง ส่วนในต่างประเทศมีเครื่องทำระบบไอเย็น จึงอยากเข้ามาพัฒนาและทำตลาดในไทย จึงเริ่มต้นลงทุนทดลองร่วมกับเพื่อนและนักวิจัย ที่เริ่มลงทุนวงเงิน 2 แสนบาท ก่อนพัฒนาจนสำเร็จ จึงเริ่มทำตลาดจริงจัง ทำให้แบรนด์มาสเตอร์คูลเกิดขึ้นในประเทศได้สำเร็จ

เมื่อแบรนด์ทำตลาดต่อเนื่องจากพัดลมไอเย็น ทำให้แบรนด์เติบโตรวดเร็วมาก และเมื่อลูกค้าใช้มากขึ้น ก็มีบางส่วนกังวลเรื่องไอเย็นที่ออกมาจากพัดลม ทำให้บริษัทประสบปัญหาเรื่องรายรับและรายจ่ายที่ไม่สมดุลกัน บริษัทจึงต้องกลับมาทบทวนองค์กรใหม่ เพราะการเติบโตเร็วก็อาจมีปัญหาในองค์กรได้เช่นกัน บริษัทกลับมามุ่งพัฒนาทีมงาน ปรับองค์กร และพัฒนาสินค้า ส่งผลให้ได้สินค้าใหม่คือ “พัดลมไอเย็น” ที่ให้ไอเย็น แต่ไม่มีไอน้ำออกมา เป็นสินค้านวัตกรรม

สำหรับการปรับองค์กรใหม่ในครั้งนี้ ส่งผลดีให้บริษัทสร้างยอดขายเติบโตได้ดีอีกครั้ง สิ่งสำคัญ การพร้อมปรับพัฒนาทีมงานและพัฒนาสินค้า โดยบริษัทจะมีสินค้าใหม่ออกมาทำตลาดทุกปี ซึ่งบริษัทจะมีทีมงานที่สอบถามกับลูกค้า รับฟังความคิดเห็นต่างๆ เพื่อนำโจทย์ความต้องการของลูกค้ามาเริ่มต้นทำการวิจัยพัฒนาสินค้าใหม่ ทำให้ได้สินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

“ในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันที่ผู้บริโภคระมัดระวังใช้จ่าย จึงอยากแนะนำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องควบคุมค่าใช้จ่ายในองค์กร ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อลดรายจ่ายให้น้อยลง เมื่อเทียบกับรายรับที่เข้ามา ทำให้องค์กรมีสภาพคล่อง และสามารถบริหารธุรกิจต่อไป” นพชัย กล่าว

“นพชัย” กล่าวต่อว่า การทำธุรกิจที่ผ่านมาบริษัทได้ตั้งเป้าหมายของธุรกิจไว้ล่วงหน้า มีวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ชัดเจน ยึดความต้องการของลูกค้า ทำให้องค์กรขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ตามแผนงานที่วางไว้ รวมทั้งองค์กรปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว จึงผ่านพ้นทุกปัจจัยลบมาได้

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายว่าระยะต่อไปจะสร้างแบรนด์ “มาสเตอร์คูล” ให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ พร้อมกับการมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมให้แก่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยอย่าง
ต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ