
คุมมาตรฐานกระจกนำเข้า
สมอ.ดันมาตรฐานกระจกใหม่ หลังยอดนำเข้าพุ่ง 1.31 ล้านล้าน เพิ่ม 2 เท่า รับธุรกิจก่อสร้างบูม
สมอ.ดันมาตรฐานกระจกใหม่ หลังยอดนำเข้าพุ่ง 1.31 ล้านล้าน เพิ่ม 2 เท่า รับธุรกิจก่อสร้างบูม
นายธวัช ผลความดี เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ประจำเดือน เม.ย. 2559 มีมติเห็นชอบการกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรฐานใหม่ของกลุ่มผลิตภัณฑ์กระจก ให้ทันสมัยเหมาะกับความต้องการในปัจจุบัน ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล
ทั้งนี้ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กระจกสำหรับก่อสร้างอาคารมีความต้องการสูง จนสัดส่วนการนำเข้าในปีที่แล้ว มีมูลค่ารวม 1.31 ล้านล้านบาท คิดเป็น 99% ของมูลค่าทั้งหมดในประเทศ การนำเข้าเพิ่มขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2557 ส่งผลให้เกิดการนำเข้ากระจกที่ยังไม่มีมาตรฐานบังคับใช้ในประเทศ และเสี่ยงต่อความอันตรายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะประกาศใช้มาตรฐานใหม่ภายใน 6 เดือน โดยขณะนี้กำลังเข้าสู่ขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์
“การพิจารณาครั้งนี้ประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์กระจกสำหรับอาคาร 4 รูปแบบ คือ กระจกโฟลตตัดแสง กระจกนิรภัยหลายชั้น กระจกเทมเปอร์และกระจกโฟลตใส ซึ่งจะเพิ่มด้านหัวข้อประเมินมาตรฐานให้เข้ากับการใช้ในปัจจุบันทั้งด้าน คุณภาพ ป้องกันแรงกระแทก ขนาดของขอบกระจก ตลอดจนความหนาที่กำหนดให้มีมาตรฐานที่หลากหลายขึ้นตามลักษณะการใช้งาน (2-4-6 มิลลิเมตร) นอกจากนี้ยังพิจารณาด้าน การทดสอบตำหนิ การแสดงฉลาก การเพิ่มคุณภาพและลักษณะที่ต้องการอีกด้วย” นายธวัช กล่าว
นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงได้เห็นชอบให้พัฒนาศูนย์จัดการกากอุตสาหกรรมแบบบูรณาการ ระยะยาว 20-30 ปี โดยร่วมกับหน่วยงานด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม พบว่ามีความเป็นไปได้ทั้งหมด 15 จังหวัด ใน 6 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ จ.ลำปาง ลำพูน ภาคตะวันตก กาญจนบุรี ราชบุรี ตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น นครราชสีมา ภาคตะวันออก ชลบุรี ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว ภาคกลาง สมุทรสาคร สระบุรี ภาคใต้ สงขลา นครศรีธรรมราช ซึ่งทั้งหมดนี้ได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และนำผลศึกษาไปเชิญชวนนักลงทุน ตามนโยบายที่ต้องการสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมปลายท่อและเกิดการจัดการของเสียที่ได้มาตรฐานและครอบคลุมทุกภูมิภาค
“การดำเนินงานตั้งแต่ปี 2558 ได้เริ่มตามแผนไปแล้ว 25% นำกากอุตสาหกรรมกำจัดตามกระบวนการได้ประมาณ 75% คิดเป็น 27.57 ล้านตัน จากทั้งหมด 37.42 ล้านตัน ซึ่งตั้งเป้าว่าภายในปีหน้าต้องลดจำนวนกากอุตสาหกรรมที่กำจัดนอกระบบให้เหลือเพียง 15% โดยมีโรงงานลงทะเบียนเข้าสู่ระบบอนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์แล้วกว่า 5.1 หมื่นโรงงาน เพิ่มจากเดิมมากถึง 25%” นางอรรชกา กล่าว
ขณะที่ นายอาสา สารสิน ประธานกรรมการ บริษัท ผาแดงอินดัสทรี กล่าวว่า บริษัทลงทุนจัดตั้งศูนย์กำจัดกากทั้งสองศูนย์ วางงบไว้ 1,000-1,500 ล้านบาท โดยเตรียมพื้นที่ก่อตั้งศูนย์กำจัดกากอุตสาหกรรมที่ จ.ตากไว้ 250 ไร่ และพื้นที่ศูนย์รีไซเคิลที่ระยองอีก 50 ไร่







