
SATบ่นเหนื่อยข้ามปี
SAT ลดเป้ารายได้ปีนี้มองลำบากถึงปีหน้า ดิ้นสู้ผลิตสินค้าอื่น ปรับองค์กรเพิ่มประสิทธิภาพ ลุ้นผลกระทบแผ่นดินไหวญี่ปุ่น
SAT ลดเป้ารายได้ปีนี้มองลำบากถึงปีหน้า ดิ้นสู้ผลิตสินค้าอื่น ปรับองค์กรเพิ่มประสิทธิภาพ ลุ้นผลกระทบแผ่นดินไหวญี่ปุ่น
น.ส.นภัสร กิตะพาณิชย์ รองกรรมการผู้อำนวยการบริหาร สายสำนักงานกลาง บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับลดรายได้ของปี 2559 ลงเป็นเติบโตทรงตัว หรือลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย จากเดิมที่คาดว่าจะสามารถเติบโตจากปีก่อน 5-10% เนื่องจากประเมินแล้วว่าเศรษฐกิจไทยและต่างประเทศไม่ดี ส่งผลให้ยอดการผลิตรถยนต์ทรงตัวจากปีก่อนที่ 1.9 ล้านคัน รองลงมาคือ ปัญหาภัยแล้งที่กระทบต่อการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกลการเกษตรอย่างคูโบต้าก็เป็นลูกค้า รวมถึงต้องรอดูผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น
อย่างไรก็ดี รายได้ในไตรมาสแรกปีนี้ ถือว่าดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่กำไรอาจจะไม่ได้สอดคล้องกับรายได้ที่ดีขึ้นนัก โดยปีนี้จะเริ่มรับรู้รายได้จากการผลิตชิ้นส่วนรถบรรทุกใหญ่กับทางฮีโน่เข้ามาประมาณ 200 ล้านบาท
นายยงเกียรติ์ กิตะพาณิชย์ กรรมการผู้อำนวยการ SAT กล่าวว่า ได้พูดคุยกับลูกค้าผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น ได้ข้อสรุปว่าช่วงปี 2559-2560 ยังมองว่าเป็นปีที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากต่อไป เพราะเศรษฐกิจไทยไม่แข็งแรง ต้นปีก็เผชิญกับภัยแล้ง ทางคูโบต้ามองยอดขายปีนี้น่าจะโตได้ 2-3% ส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อการส่งออกมากกว่าขายในประเทศ ต้องมองว่าจะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งมากน้อยขนาดไหน
“2 ปีนี้บริษัทก็ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ SAT ก็พยายามเพิ่มผลิตภัณฑ์หรือคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) ใหม่เพิ่มเติมเข้ามา ขณะนี้มีการเจรจากับลูกค้า 2 โครงการ เพื่อขยายการผลิตชิ้นส่วนอื่นๆ โครงการแรกคือการผลิตชิ้นส่วนให้กับผู้ประกอบรถยนต์ Tier 1 คาดว่าจะทราบผลภายในไตรมาส 3 นี้ ส่วนอีกหนึ่งโครงการจะเป็นการผลิตชิ้นส่วนทดแทนการนำเข้าจากญี่ปุ่น ข้อดีที่จะบอกกับลูกค้าคือ จะไม่เจอความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน เพราะ SAT สามารถผลิตได้ และสามารถมาประกอบชิ้นส่วนที่นี่ได้เลย โครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ หากเจรจาสำเร็จทำให้บริษัทต้องเพิ่มเครื่องจักร คาดว่าจะรู้ผลภายในปีนี้ และจะเริ่มรับรู้รายได้ภายในปี 2560 ปัจจุบันบริษัทใช้กำลังการผลิตกว่า 65%” นายยงเกียรติ์ กล่าว
นอกจากนั้น บริษัทยังคงสานต่อในการปรับปรุงภายในองค์กรเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานในด้านต่างๆ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากร เพื่อรอจังหวะที่หากเศรษฐกิจฟื้นตัวบริษัทและบุคลากรจะได้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น นายยงเกียรติ์ คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อประเมินว่าบริษัทได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมืองคุมาโมโตที่ญี่ปุ่น อย่างไรบ้าง เนื่องจากมีชิ้นส่วนรถยนต์บางชิ้นที่ผลิตที่นั่น และต้องนำเข้าเพื่อมาประกอบการผลิตในไทย เบื้องต้นคาดว่าทางญี่ปุ่นจะสามารถกลับมาผลิตได้ภายใน 1 เดือนนี้ เพราะปกติจะสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็ว
กรรมการผู้อำนวยการ กล่าวว่า งบลงทุนในปีนี้อยู่ที่ 200 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร เพราะบริษัทเพิ่งมีการลงทุนครั้งใหญ่ไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนแหล่งเงินจะมาจากกระแสเงินสดของบริษัท







