
สิทธิรักษาพยาบาล กรณี ‘เจ็บป่วยฉุกเฉิน’
เรื่องของการรักษาพยาบาลกรณี “เจ็บป่วยฉุกเฉิน”ยังคงมีปัญหาที่หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบยังคงต้องดูแลแก้ไขเพื่อให้นโยบายนี้สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงตามเจตนารมณ์ที่ได้ตั้งไว้ ซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้วางแนวทางปฏิบัติในการรักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉินให้เป็นการรักษาที่คำนึงถึงความเร่งด่วนที่สถานพยาบาลจะต้องรีบให้การรักษา โดยไม่ต้องตรวจสอบหรือแบ่งแยกเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาลแต่อย่างใด
เรื่องของการรักษาพยาบาลกรณี “เจ็บป่วยฉุกเฉิน”ยังคงมีปัญหาที่หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบยังคงต้องดูแลแก้ไขเพื่อให้นโยบายนี้สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงตามเจตนารมณ์ที่ได้ตั้งไว้ ซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้วางแนวทางปฏิบัติในการรักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉินให้เป็นการรักษาที่คำนึงถึงความเร่งด่วนที่สถานพยาบาลจะต้องรีบให้การรักษา โดยไม่ต้องตรวจสอบหรือแบ่งแยกเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาลแต่อย่างใด
แต่ก็ยังพบว่ามีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการรักษากรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินเข้ามาที่ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ยกตัวอย่างเช่นเรื่องที่ร้องเรียนที่เข้ามามีอยู่ว่า สามีของผู้ร้องป่วยเป็นโรคหัวใจ ขณะเดินทางอยู่บนสถานีรถไฟก็เกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ต่อมาได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน แต่ได้เสียชีวิตลง
หลังจากนั้นโรงพยาบาลให้วางเงินมัดจำเกือบ 8 หมื่นบาท เป็นค่ารักษาพยาบาล แม้จะแจ้งขอใช้สิทธิผู้ป่วยฉุกเฉิน แต่ก็ได้รับคำตอบว่าให้ไปเบิกคืนได้ที่กองทุนฉุกเฉิน ผู้ร้องจึงต้องไปขอหยิบยืมเงินเพื่อมาจ่ายให้กับโรงพยาบาล แต่ปัญหามาเกิดขึ้นเมื่อผู้ร้องติดต่อของเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลคืนกับทาง สปสช.ได้รับเงินคืน 1.9 หมื่นบาท ส่วนที่เหลือ สปสช.แจ้งว่าผู้ร้องต้องไปทำเรื่องขอความอนุเคราะห์เบิกกับทางโรงพยาบาลเอง ผู้ร้องจึงได้นำเรื่องดังกล่าวมาร้องต่อศูนย์
ทางศูนย์ได้ทำหนังสือประสานไปยัง สปสช.และโรงพยาบาลดังกล่าวโดยอ้างตามสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทางโรงพยาบาลยินยอมที่จะไม่เรียกเก็บเงิน พร้อมคืนเงินส่วนต่างให้ทั้งหมด
แนวทางสำหรับกรณีการรักษาฉุกเฉินโดยไม่ต้องเสียค่ารักษาพยาบาล คือ
1.หากเลือกโรงพยาบาลได้ควรเลือกที่เป็นของรัฐ เจรจาต่อรองได้ง่ายกว่าเมื่อเกิดปัญหา
2.ยื่นบัตรประจำตัวประชานชนของผู้ป่วย พร้อมแจ้งขอใช้สิทธิฉุกเฉินกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล โรงพยาบาลจะวินิจฉัยว่าอาการเจ็บป่วยที่พบเข้าข่ายการเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือไม่ เช่น อาการของโรคมีลักษณะรุนแรงอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตหรืออันตรายต่อผู้อื่น
3.หากโรงพยาบาลเรียกเก็บเงิน ต้องยืนยันการใช้สิทธิฉุกเฉิน หากโรงพยาบาลปฏิเสธไม่ให้ใช้สิทธิให้โทรแจ้งที่สายด่วน สปสช. 1330
4.เมื่อแพทย์แจ้งว่าผู้ป่วยพ้นวิกฤตประสานตามสิทธิเพื่อย้ายผู้ป่วยเข้ารักษาหากต้องรักษาต่อเนื่อง







