
ค่ายมือถือฟันกำไร 2.7 หมื่นล้านบาทคิดค่าโทรแพงเกิน
ทีดีอาร์ไอแฉ 3 ค่ายมือถือกำไร 2.7 หมื่นล้านบาทต่อปี คิดค่าบริการแพงกว่าต้นทุนจริง แนะผู้ใช้ฮัลโหลฟ้องศาลปกครอง
ทีดีอาร์ไอแฉ 3 ค่ายมือถือกำไร 2.7 หมื่นล้านบาทต่อปี คิดค่าบริการแพงกว่าต้นทุนจริง แนะผู้ใช้ฮัลโหลฟ้องศาลปกครอง
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวระหว่างการเสวนา “ค่าโทรเมืองไทย ถูกได้กว่านี้” จัดโดยสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ สบท.ว่า การที่ผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ราย คิดค่าบริการแพงกว่าต้นทุนจริง ส่งผลให้แต่ละรายมีกำไรรวมกันปีละ 2.7 หมื่นล้านบาทต่อปี
ต้นทุนดังกล่าวคำนวณจาก ค่าบริการนอกเครือข่าย (ออฟเน็ต) ของผู้ให้บริการทีคิดนาทีละ 1.44 บาท ขณะที่ค่าบริการในเครือข่าย (ออนเน็ต) คิดที่นาทีละ 0.88 บาท ซึ่งจะเห็นว่าค่าบริการออฟเน็ตไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และทำให้ผู้ ให้บริการมือถือมีกำไรจากส่วนต่างที่เกิดขึ้น 50%
นายสมเกียรติ กล่าวว่า สาเหตุที่ค่าบริการมือถือออฟเน็ตแพงนั้น เพราะคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. คิดค่าเชื่อมโยงโครงข่าย หรือ ไอซี (อินเตอร์ตอนเนกชั่นชาร์จ) ไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้งจริง คือ กำหนดที่นาทีละ 1 บาท ขณะที่ต้นทุนจริงควรจะต่ำกว่า 30สต. ต่อนาที
“การที่กทช.ไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองในเรื่องนี้ สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้บริการ ซึ่งทางออกที่ดีที่สุด คือ ผู้ใช้ควรจะฟ้องศาลปกครองที่ กทช.ไม่ได้ทำตามอำนาจ”
น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสบท. กล่าวว่า ค่าบริการมือถือประเทศไทยไม่ได้ถูกติด 1 ใน 3 ของโลกตามที่ผู้ให้บริการมือถือกล่าวอ้าง ซึ่งจากการสำรวจค่าบริการมือถือกว่า 160 ประเทศทั่วโลกของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 45 ส่วนอับดับ 1 คือ ฮ่องกง มาเก๊า และมาเลเซีย แม้กระทั่งประเทศเบลารุส ที่น้อยคนจะรู้จักก็ยังถูกกว่าประเทศไทย
นอกจากนี้ ค่าบริการในปัจจุบันไม่ได้ถูกเรียกเก็บเป็นการใช้งานจริงตามวินาที เพราะหากใช้งานไม่ถึง นาทีจะถูกปัดเศษเป็นนาทีแรก รวมทั้งค่าบริการเหมาจ่ายรายเดือนแบบโทรไม่อั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วโทรไม่ออก ซึ่งบางรายต้องกดหมายเลขเดียวกันถึง 50 ครั้งถึงจะโทรติด ซึ่งไม่คุ้มค่ากับค่าบริการรายเดือนที่ผู้ใช้บริการต้องจ่าย
น.พ.ประวิทย์ กล่าวว่า กทช. ควรเข้ามมาดูแลในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะแม้ขณะนี้จะมีการประกาศหลัเกณฑ์บังคับให้ค่าบริการออนเน็ต-ออฟเน็ต เท่ากัน แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม







