
อาหารเพื่ออนาคต
ตลาดอาหารของประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2.8-2.9 ล้านล้านบาท เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ และขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งสำคัญที่ภาครัฐกำลังมุ่งเน้นคือ การให้เอกชนเปลี่ยนจากผู้ผลิตสินค้าแบบเดิม ไปสู่การผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมเพื่อก้าวสู่ผู้นำในธุรกิจอาหารที่มีนวัตกรรม
ตลาดอาหารของประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2.8-2.9 ล้านล้านบาท เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ และขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งสำคัญที่ภาครัฐกำลังมุ่งเน้นคือ การให้เอกชนเปลี่ยนจากผู้ผลิตสินค้าแบบเดิม ไปสู่การผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมเพื่อก้าวสู่ผู้นำในธุรกิจอาหารที่มีนวัตกรรม
“เจนกฤษณ์ คณาธารณา” ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (อวท.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยถึงแนวโน้มของผลิตภัณฑ์อาหารที่กำลังเป็นที่ต้องการในอนาคต ได้แก่ 1.ฟังก์ชันนัลฟู้ด หรืออาหารเป็นยา โดยใช้เทคโนโลยีทันสมัยออกแบบอาหาร ดึงคุณค่าและรักษาประโยชน์ของสารอาหารตามธรรมชาติเพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด 2.ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพพร้อมบริโภค (Healthy Convenience) ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุงและอาหารพร้อมบริโภค พร้อมยกตัวอย่าง 5 เมนูอาหารสำหรับผู้ป่วย 5 โรค ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคเกาต์ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคกระดูกพรุน โรคสมองและระบบประสาท
พร้อมกันนี้ บรรจุภัณฑ์สำหรับอนาคตต้องปรับเปลี่ยนใหม่ โดยนักวิจัยไทยได้คิดค้นทำบรรจุภัณฑ์ที่ป้องกันแบคทีเรีย ทำหน้าที่ยืดอายุรักษาความสด และบรรจุภัณฑ์ที่ทำหน้าที่บอกความสดใหม่ของอาหารได้แล้ว ดังนั้น ภาคเอกชนไทยจึงต้องเตรียมแผนไว้รับมือกับตลาดอาหารที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป และปรับตัวให้เข้ากับตลาดดังกล่าว รวมถึงการปรับบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับเทรนด์และสร้างนวัตกรรมให้แก่บรรจุภัณฑ์ด้วย







