
ยกเครื่องท่องเที่ยว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
สงกรานต์ปีนี้คึกคักทั้งที่อยู่ในช่วงเศรษฐกิจขาลง ถึงแม้อาจหงอยกว่าปีก่อนบ้าง เพราะอยู่ในช่วงประหยัดน้ำและคุมเข้มความประพฤติผู้ที่จะมาเล่นสงกรานต์ แต่บรรยากาศก็ยังสนุกสนาน นอกจากเล่นสงกรานต์แล้วยังเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา ทั้งรถทัวร์ รถไฟ เครื่องบิน จองเต็มหมด ประเมินว่าเม็ดเงินหมุนเวียนเป็นหลักแสนล้านบาท ช่วยดันเศรษฐกิจได้บ้าง โดยเฉพาะในปีนี้เครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักๆ ไม่ทำงาน
สงกรานต์ปีนี้คึกคักทั้งที่อยู่ในช่วงเศรษฐกิจขาลง ถึงแม้อาจหงอยกว่าปีก่อนบ้าง เพราะอยู่ในช่วงประหยัดน้ำและคุมเข้มความประพฤติผู้ที่จะมาเล่นสงกรานต์ แต่บรรยากาศก็ยังสนุกสนาน นอกจากเล่นสงกรานต์แล้วยังเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา ทั้งรถทัวร์ รถไฟ เครื่องบิน จองเต็มหมด ประเมินว่าเม็ดเงินหมุนเวียนเป็นหลักแสนล้านบาท ช่วยดันเศรษฐกิจได้บ้าง โดยเฉพาะในปีนี้เครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักๆ ไม่ทำงาน
ที่ผ่านมามีคำถามว่า ในระยะยาวการส่งออกของไทยอาจไม่กลับมาขยายตัวได้ดีเหมือนในอดีต จากข้อจำกัดด้านแรงงาน ต้นทุนการผลิต และขีดความสามารถในการแข่งขันที่ลดน้อยถอยลงเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในอาเซียน เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเข้ามาแข่งขันตีเสมอและในอนาคตอาจแซงหน้า
แต่ทว่าภาคบริการท่องเที่ยวอาจเป็นคำตอบได้
การท่องเที่ยวเป็นภาคส่วนหนึ่ง ซึ่งไทยมีศักยภาพ หากมีการพัฒนาทั้งโครงสร้างอย่างเป็นระบบมาเสริมเป็นรายได้แทนการส่งออก ซึ่งอนาคตอาจไม่สดใสนัก เพราะขนาดเรายังไม่ได้ทำอะไรมากนัก แต่คาดว่าปีนี้นักท่องเที่ยวจะทะลุ 30 ล้านคน มูลค่าอาจเพิ่มเป็น 2.5 ล้านล้านบาท ขยายตัวได้ 8.7% ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 1.6 ล้านล้านบาท หรือเท่ากับรายได้จากการส่งออกไปสหรัฐและสหภาพยุโรปทั้งปีเลยทีเดียว
ในขณะที่หลายประเทศในโลกใช้การท่องเที่ยวเป็นยุทธศาสตร์ในการสร้างรายได้ เช่น ประเทศแถบยุโรป อย่าง ฝรั่งเศส อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ สเปน ฯลฯ รายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่ารายได้จากภาคอุตสาหกรรม
กรณีของไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายติดลำดับโลกหลายแห่ง เช่น พัทยา ภูเก็ต พังงา สมุย ฯลฯ ในด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลก เช่น พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย ขณะที่เชียงใหม่เป็นเมืองในฝันของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและยุโรป ส่วน กทม. เป็นสวรรค์ของนักช็อปปิ้ง อีกทั้งในอนาคตแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้จะถูกเชื่อมด้วยระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวจะต้องมีการปฏิรูปยกเครื่องจัดทำเป็นยุทธศาสตร์เป็นแผนระยะยาวและต่อเนื่อง โดยต้องให้หลุดจากกับดัก ซึ่งไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวราคาถูกทำให้ได้นักท่องเที่ยวซึ่งไม่ค่อยมีคุณภาพ การที่จะยกระดับการท่องเที่ยวให้เทียบเคียงกับญี่ปุ่นและประเทศแถบยุโรปตะวันตกต้องทำอย่างบูรณาการ เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ควรให้ชัดว่าจะทำเฉพาะท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยให้ด้านการกีฬาไปอยู่กับกระทรวงวัฒนธรรมหรือกระทรวงศึกษาธิการจะดีไหม ซึ่งการท่องเที่ยวจะต้องยกระดับเทียบเคียงกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ขับเคลื่อนสร้างรายได้อย่างเป็นระบบ
ขณะที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวของเอกชนจะต้องยกมาตรฐานของไกด์ รวมทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของ ต้องมีกฎหมายควบคุมทั้งด้านคุณภาพ-มาตรฐาน การไม่หลอกลวงต้มตุ๋นนักท่องเที่ยว อีกทั้งต้องเอาจริงกับไกด์-ทัวร์เถื่อน และนักท่องเที่ยวซึ่งแฝงตัวเข้ามาค้าขาย หรือทำตัวเป็นมาเฟียธุรกิจด้านท่องเที่ยวทำให้ไทยเสียชื่อ
เรื่องเหล่านี้ก็รู้กันดี แต่ก็ยังไม่เอาจริงเอาจัง…จริงไหมครับ







