
คลังขายพันธบัตร ดอกเบี้ยต่ำผิดปกติ
คลังออกบอนด์ออมทรัพย์ 2 หมื่นล้าน
คลังออกบอนด์ออมทรัพย์ 2 หมื่นล้าน
นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ค.นี้ สบน.จะเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท อายุ 5 ปี และอายุ 10 ปี โดยอัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะใกล้เคียงกับอัตราเฉลี่ยในตลาดปัจจุบัน คือ อายุ 5 ปี ที่ 1.44% และอายุ 10 ปี ที่ 1.72% การกู้เงินดังกล่าวเป็นการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ และตอบสนองความต้องการตลาด ชดเชยพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งที่จะครบกำหนดในเดือน มิ.ย.นี้ วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท
“พันธบัตรออมทรัพย์ในรอบนี้มีการให้ดอกเบี้ยต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ คนซื้อต้องมีความรักชาติแบบสุดๆ ซึ่งเชื่อว่าจะขายได้หมด โดย สบน.ไม่ได้แบ่งวงเงินอายุ 5 ปี 10 ปี ใครสนใจซื้อแบบไหนเท่าไหร่ก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน 2 ล้านบาท/คน/แบงก์ ซึ่งมีแบงก์ที่เป็นตัวแทนขายให้คลัง 4 แห่ง” นายสุวิชญ กล่าว
ผู้อำนวยการ สบน. กล่าวว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดขณะนี้อยู่ในช่วงขาลง อัตราดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากมีการใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ (Negative Interest Rate) ซึ่งเป็นนโยบายการเงินแบบใหม่ที่ใช้ในหลายประเทศขณะนี้ เพื่อแก้ปัญหาสถาบันการเงินขนาดใหญ่ นำเงินไปฝากไว้ที่ธนาคารกลางมากจนเกินไป ทำให้รัฐบาลต้องมีการกระตุ้นให้นำเงินนั้นมาใช้จ่ายในระบบ โดยคิดดอกเบี้ยแบบติดลบ มีการหักเงินจากเงินฝาก ในส่วนของไทยก็จะมีเงินไหลเข้ามาซื้อตราสารของคลังและของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าและความเสี่ยงเป็นศูนย์
ทั้งนี้ ในช่วงนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้กู้เงินที่จะได้ต้นทุนต่ำ ซึ่ง สบน.ได้ให้รัฐวิสาหกิจที่ต้องการกู้เงินเร่งกู้ โดยเฉพาะการกู้เงินในระยะยาว จะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำช่วยประหยัดภาระงบประมาณของประเทศในการจ่ายดอกเบี้ย ในเดือน ก.พ. 2559 คลังกู้ใหม่ประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท ประหยัดดอกเบี้ยได้จากก่อนหน้า 0.2% เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในตลาดลดต่ำลงต่อเนื่อง
สำหรับสถานะหนี้สาธารณะคงค้างล่าสุดสิ้นเดือน ก.พ. มีมูลค่ากว่า 6 ล้านล้านบาท หรือ 44.13% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือน ม.ค. ที่มียอดหนี้กว่า 25,126 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นหนี้ของรัฐบาล 4.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 27,865 ล้านบาท ส่วนหนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ประมาณ 1 ล้านล้านบาท และหนี้สถาบันการเงินของรัฐที่รัฐค้ำประกันกว่า 5.28 แสนล้านบาท ทั้งสองส่วนนี้มีจำนวนลดลง นอกจากนี้ในภาพรวมยังเป็นหนี้ในประเทศ 94.12% และหนี้ต่างประเทศ 5.88% ของหนี้สาธารณะคงค้างทั้งหมด







