posttoday
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฐานราก โดยธนาคารออมสิน

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฐานราก โดยธนาคารออมสิน

19 เมษายน 2559

สวัสดีครับ บทความฉบับนี้พบกันหลังวันหยุดพักผ่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนอบอ้าว แต่บรรยากาศก็มีความคึกคักพอสมควร เพราะนานๆ ทีจะได้มีโอกาสกลับไปทำบุญร่วมกับสมาชิกในครอบครัวที่กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน การรดน้ำดำหัวขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ การเข้าวัดทำบุญสรงน้ำพระ ฟังธรรมะเป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ดีนำมาซึ่งความรัก ความผูกพัน และการให้กำลังใจซึ่งกันละกัน

สวัสดีครับ บทความฉบับนี้พบกันหลังวันหยุดพักผ่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนอบอ้าว แต่บรรยากาศก็มีความคึกคักพอสมควร เพราะนานๆ ทีจะได้มีโอกาสกลับไปทำบุญร่วมกับสมาชิกในครอบครัวที่กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน การรดน้ำดำหัวขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ การเข้าวัดทำบุญสรงน้ำพระ ฟังธรรมะเป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ดีนำมาซึ่งความรัก ความผูกพัน และการให้กำลังใจซึ่งกันละกัน

วันนี้ผมขอนำเสนอถึงความสำคัญของเศรษฐกิจท้องถิ่นในชนบท ที่มีส่วนสำคัญมากทั้งระดับบุคคลซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ยังคงมีความยากลำบากพอสมควร ยิ่งช่วงที่ภูมิอากาศแห้งแล้งเช่นปัจจุบันยิ่งทำให้การดำเนินชีวิตมีความยุ่งยากเข้าไปอีก เพราะรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการอุปโภคบริโภคผู้ปกครองเองก็ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับบุตรหลานที่จะเปิดเทอมใหม่ช่วงกลางเดือน พ.ค.นี้ ฟังดูแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้

ธนาคารออมสินเองก็ได้มีส่วนบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศอย่างเต็มกำลังความสามารถตลอดมา จึงได้สัมผัสถึงวงจรความยากลำบาก ทั้งพี่น้องเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ตลอดจนพนักงานตามโรงงานกิจการร้านค้าต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ผมจึงมีแนวคิดว่าธนาคารควรจัดตั้งศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฐานรากที่มุ่งมั่นที่จะศึกษาปัญหาเชิงลึก เพื่อนำเสนอผลการวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และพัฒนาฐานข้อมูลให้เป็น Think Tank ด้านเศรษฐกิจฐานรากและการออม เพื่อสนับสนุนผู้กำหนดนโยบายและหน่วยงานภายในของธนาคารในการกำหนดยุทธศาสตร์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าของธนาคารออมสินในการยกระดับการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน (Sustainable Banking) ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายและน่าตื่นเต้นมากครับ เพราะเป็นการทำวิจัยบนฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งมีสาขาครอบคลุมอยู่ทุกอำเภอทั่วประเทศ เชื่อมโยงกับพฤติกรรมการเงินของสมาชิกองค์กรการเงินชุมชนกว่า 1.4 แสนแห่งทั่วประเทศ (สมาชิกกว่า 36 ล้านคน) ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมเป็นอย่างมากครับ และที่สำคัญคือจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลในการกำหนดนโยบายและโครงการพัฒนาความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในระดับชุมชนและฐานรากต่อไปในอนาคตครับ

ผมขอยกตัวอย่างความสำเร็จในการยกระดับผลการวิจัยไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ได้แก่ ผลงานวิจัยหัวข้อ “ผู้ประกอบการระดับรากหญ้า (GrassrootsEntrepreneur)” ของศูนย์วิจัยอาลีบาบา ซึ่งเป็นการศึกษาถึงเศรษฐศาสตร์การเงินของผู้ประกอบการในระดับรากหญ้าของประเทศจีน ที่ประสบปัญหาด้านการตลาดที่ไม่สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้ ขณะที่เศรษฐกิจโลกซบเซา คำสั่งซื้อลดลง ทำให้กิจการระดับครอบครัวล้มละลาย และผลงานวิจัยชิ้นนี้เองที่เป็นจุดกำหนดระบบนิเวศทางธุรกิจของอาลีบาบา โดย แจ็ค หม่า ที่มีมูลค่าตลาดเป็นรองแต่ Apple ในปัจจุบัน ขณะที่ e-bay ผู้ยิ่งใหญ่ก็พ่ายแพ้ในตลาดแดนมังกร รวมถึงผู้ค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Makro และ K-mart ก็มียอดขายที่ลดลง นวัตกรรมอะไรที่ทำให้ Alibaba Group เป็นที่นิยมและทำให้เศรษฐกิจระดับรากหญ้ามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับชาติ คำตอบคือ แพลตฟอร์มของอาลีบาบากรุ๊ป ที่เป็นผู้ปลดล็อกและให้โอกาสกับผู้ประกอบการรายย่อยได้ทำการค้าแบบครบวงจร ซึ่งเท่ากับปลดล็อกพลังนวัตกรรมท้องถิ่นสู่ตลาด e-commerce อย่างไร้ขีดจำกัด น่าสนใจมากครับ แล้วผมจะนำเสนอในบทความต่อไปครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท