
ไทยเศรษฐฯปรับแผนปั๊มเบี้ย
ยอดต้องแตะ1,600ล้านใน3ปี จับกลุ่มรายย่อยขายผ่านตัวแทนนายหน้า
ยอดต้องแตะ1,600ล้านใน3ปี จับกลุ่มรายย่อยขายผ่านตัวแทนนายหน้า
ไทยเศรษฐกิจฯ วางเป้า3 ปี ต้องปั๊มเบี้ยให้ถึง 1,600 ล้าน เล็งขยายฐานลูกค้ารายย่อยมากขึ้น
นายสถาพร เปาทอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทวางแผน 3 ปี (2559-2561) ที่จะกลับมาทำเบี้ยให้ถึง 1,600 ล้านบาท เหมือนกับช่วงที่มีโครงการรถยนต์คันแรกให้ได้ โดยใช้กลยุทธ์ไม่แข่งขันด้านราคา และหันไปจับกลุ่มลูกค้ารายย่อยมากขึ้น ด้วยการขายผ่านตัวแทนและบริษัทนายหน้าที่มีอยู่ 2,000 คนเป็นหลัก เพื่อทดแทนเบี้ยจากตัวแทนจำหน่าย
หรือดีลเลอร์รถยนต์ที่ลดลงตามยอดขายรถใหม่
นอกจากนี้ จะหันมาจับกลุ่มรถขนาดเล็กถึงกลางและเลือกรับประกันรถเฉพาะบางรุ่นที่มีกำไรให้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาเริ่มส่งผลดี ทำให้อัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยลดลงมาอยู่ที่ 65% จากเดิมที่เคยสูงขึ้นถึง 68%
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเบี้ยที่ไม่ใช่รถยนต์หรือนันมอเตอร์นั้น จะมีการออกแบบประกันใหม่ประเภทประกันภัยทรัพย์สินมาทำตลาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังมีช่องว่างทางการตลาดและความต้องการของลูกค้าอยู่ ส่วนประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) บริษัทยังไม่มีความชำนาญ โดยอยู่ระหว่างศึกษาตลาดและหาพันธมิตรใหม่ เพราะมีการแข่งขันรุนแรง เนื่องจากบริษัทประกันชีวิตก็ขายได้ คงต้อง ใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
ขณะเดียวกันจะเพิ่มสัดส่วนลูกค้าในต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือ ที่ปัจจุบันมีสาขาเดียวอยู่ที่เชียงใหม่ และมีศูนย์บริการอีก 30 แห่งทั่วประเทศ โดยในภาคเหนือ สภาพตลาดมีการแข่งขันน้อยกว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรืออีสาน ปีนี้จึงตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเบี้ยจากต่างจังหวัดเป็น 30-40% ส่วนที่เหลือเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากปีที่ผ่านมาเบี้ยต่างจังหวัดอยู่ที่ 20%
“ตอนที่มีโครงการรถคันแรก เราเคยทำเบี้ยได้ถึง 1,500-1,600 ล้านบาท แม้ตอนนี้สภาพเศรษฐกิจจะไม่เอื้ออำนวย แต่เราก็ตั้งเป้าที่จะกลับไปทำเบี้ยให้ถึง 1,600 ล้านบาทให้ได้ และต้องเป็นการเติบโตแบบมีกำไรด้วย โดยปีนี้เราจะหันไปขยายช่องทางขายใหม่ผ่านตัวแทนและนายหน้า ควบคู่กับรักษาช่องทางเดิม เพื่อกระตุ้นตัวเราเองให้ได้ แม้การแข่งขันจะเหนื่อยขึ้นทุกปี” นายสถาพร กล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ถือว่าบริษัทยังทำไม่ได้ตามเป้า ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งยอดขายรถยนต์ใหม่ที่ลดลง แต่คาดว่าตลอดทั้งปีนี้จะสามารถทำเบี้ยได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 1,200 ล้านบาท เติบโต 20% เมื่่อเทียบกับปี 2558 ที่ทำเบี้ยได้ 980 ล้านบาท







