posttoday
TISCO-KKPกำไรโต

TISCO-KKPกำไรโต

19 เมษายน 2559

รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มสวนสินเชื่อหด คุยเอ็นพีแอลลด

รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มสวนสินเชื่อหด คุยเอ็นพีแอลลด

ทิสโก้-เกียรตินาคินกอดคอโชว์กำไรสวยงาม กดต้นทุนดอกเบี้ยฝากลง ตั้งสำรองเผื่อเศรษฐกิจผันผวน

บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาสแรกของปี 2559 ว่ามีกำไรสุทธิ 1,255 ล้านบาท ดีขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,192 ล้านบาท และดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 4/2558 ที่มีกำไรสุทธิ 1,244 ล้านบาท

สำหรับสาเหตุที่มีกำไรสุทธิดีขึ้นประมาณ 63 ล้านบาทคิดเป็น 5.28% ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 12.2% เป็น 2,692 ล้านบาท จากความสามารถในการรักษาอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อรวม และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่มีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลักลดลง 0.9% เหลือ 1,483 ล้านบาท จากความอ่อนตัวของตลาดทุน โดยรายได้จากนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 22.9% และรายได้ค่าธรรมเนียมของธุรกิจจัดการกองทุนลดลง 14.5% จากการออกกองทุนที่น้อยลง

อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์เติบโต 10.5% จากการขยายตัวของธุรกิจนายหน้าประกัน และรับรู้รายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจจากการเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์

“รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นมาจากรายได้รวมลดลง 7% หรือ 307 ล้านบาท เป็น 4,066 ล้านบาท ขณะที่มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงถึง 30.4% หรือ 599 ล้านบาท เป็น 1,374 ล้านบาท จากต้นทุนเงินฝากลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 2.9% เหลือ 2.3% และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ส่วนต่างดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นจาก 3.5% มาอยู่ที่ 4.3% เท่ากับไตรมาส 4 ปี 2558 และส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 3.9% ดีขึ้นจากระดับ 3.1%”

ทั้งนี้ ในไตรมาส 1/2559 ธนาคารแห่งประเทศไทยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายประเภท 1 วันไว้ที่ 1.5% ขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝาก 3 เดือนเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 4 แห่งลดลง จาก 1.01% เมื่อสิ้นปี 2558 เหลือ 0.93% ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ยังคงอยู่ที่ 6.51% ต่อปี

สำหรับสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ลดลงอย่างต่อเนื่องจากการควบคุมคุณภาพของสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2559 มีอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 3.07% ลดลงจากอัตรา 3.23% จากไตรมาสก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม มีค่าใช้จ่ายหนี้สูญหนี้สงสัยจะสูญและขาดทุนจากการด้อยค่าจำนวน 981 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่มีจำนวน 971 ล้านบาท เนื่องจากการตั้งสำรองหนี้สูญส่วนเกินจำนวน 520 ล้านบาทจากไตรมาสก่อนหน้า เพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจ

ด้านเงินให้สินเชื่อ ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2559 มีจำนวน 233,165 ล้านบาท ลดลง 5,093 ล้านบาท คิดเป็น 2.1% จากสิ้นปี 2558 ที่ผ่านมา ตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว และภาคการบริโภคที่ยังคงซบเซาโดยเห็นได้จากตลาดรถยนต์ที่อ่อนตัวลงต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ สินเชื่อรายย่อย เช่น เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ คิดเป็นสัดส่วน 71.6% ของสินเชื่อรวม ปล่อยได้จำนวน 166,885 ล้านบาท ลดลง 1.9% ส่วนสินเชื่อธุรกิจที่มีสัดส่วน 18.1% ลดลง 2.8% เหลือ 42,103 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการชำระคืนของลูกค้าในกลุ่มอุตสาห
กรรมการผลิตและการพาณิชย์ ส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมลดลง 3.7% หรือจำนวน 745 ล้านบาท เหลือจำนวน 19,143 ล้านบาท

ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) เปิดเผยผลประกอบการงวดไตรมาสแรกปี 2559 มีกำไรสุทธิ 1,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 442 ล้านบาท หรือประมาณ 66.56% จากระยะเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 664 ล้านบาท แม้ภาวะตลาดรถยนต์จะชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้สินเชื่อของธนาคารหดตัว 1.2% จากสิ้นปี 2558   สินเชื่อเช่าซื้อหดตัว 0.9% สินเชื่อธุรกิจหดตัว 3% สินเชื่อบรรษัทหดตัว 8%

ด้านคุณภาพของสินเชื่อ อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 5.7% ลดลงจาก 5.8% ณ สิ้นปี 2558 ผลจากความพยายามของธนาคารในการควบคุมคุณภาพสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ส่วนสถานการณ์ขายขาดทุนรถยึดดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสิ้นปี 2558 โดยขายทรัพย์รอการขายได้จำนวน 373 ล้านบาท และมีกำไร 198 ล้านบาท

ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ย จำนวน 3,493 ล้านบาทในไตรมาสแรกปีนี้ ลดลง 209 ล้านบาท หรือ 5.6% และมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย 1,156 ล้านบาท ลดลง 345 ล้านบาท หรือ 23% ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ เพิ่มขึ้น 60.2% เป็น 2,337 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล