
โรงแรมบีทูรุกฟินเทค เสริมแกร่งฐานลูกค้า
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การมีฐานลูกค้าสมาชิกแข็งแกร่ง เป็นส่วนสำคัญทำให้เครือโรงแรมขยายตัวเข้มแข็ง ได้รับความสนใจจากเจ้าของโรงแรม เลือกใช้เครือโรงแรมนั้นบริหารโรงแรมให้หรือไปเป็นแฟรนไชส์ ซึ่งเครือ
โรงแรมบีทูเป็นตัวอย่างที่ดีเรื่องนี้
นิรันดร์ จาวลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลเบิล พร็อพเพอร์ตี้ คอนเซาท์ติง แอนด์ แมเนจเม้นท์ หรือ จีพีซีเอ็ม กรุ๊ป บริษัทลงทุนและบริหารโรงแรมบีทู เปิดเผยว่า ได้ลงทุนกว่า 10 ล้านบาท ทำระบบ “ไอ แอม บีทู” เป็นบัตรเงินสดและบัตรสมาชิกโรงแรมในใบเดียว ทุกครั้งที่ลูกค้าเติมเงินจะได้ดอกเบี้ย เช่น เติม 500 บาท ได้ดอกเบี้ย 5% เติม 1,000 บาท ได้ดอกเบี้ย 10% หรือเท่ากับเงินในบัตรเพิ่มเป็น 1,100 บาท ซึ่งไปใช้ชำระค่าห้องพักโรงแรมบีทูได้ทันที ทำให้ลูกค้าสนใจสมัครใช้
ขณะเดียวกัน ทุกครั้งที่ใช้จ่ายไม่ว่าจะผ่านการตัดเงินในบัตร ไอ แอม บีทู หรือจ่ายเงินสด จะได้คะแนนสะสม 1.2% ของเงินที่จ่ายค่าห้องพักแต่ละครั้ง เมื่อรวมดอกเบี้ยการเติมเงินกับคะแนนสะสม เท่ากับลูกค้าได้เงินคืน 13% ของที่จ่ายไป
สำหรับระบบไอ แอม บีทู เริ่มพัฒนาเมื่อ 5 ปีก่อน เปิดใช้จริงระยะแรก มิ.ย. 2558-ก.พ. 2559 มีคนมาสมัครสมาชิกแล้ว 5 หมื่นคน ปัจจุบันกำลังพัฒนาระบบระยะที่ 2 คาดสิ้นปีนี้จะมีสมาชิก 1 แสนคน โดย ไอ แอม บีทู เป็นบริการทางการเงินโดยใช้เทคโนโลยี (ฟินเทค) ที่บีทูพัฒนาเอง ได้ขอใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้ให้บริการการเงินอิเล็กทรอนิกส์เรียบร้อย ลูกค้าที่ใช้บริการกว่าครึ่งจะสมัครใช้ ปัจจุบันยอดใช้จ่ายมาจากเงินในบัตรไอ แอม บีทู 48% ของการใช้จ่ายค่าห้องพักทั้งหมด สะท้อนว่าลูกค้าตอบรับดี เชื่อมั่นแบรนด์บีทู และเป็นกลุ่มที่เคยมาพักแล้วกลับมาซ้ำ
แนวทางพัฒนาไอ แอมบีทู ระยะต่อไปคือ เพิ่มทางเลือกนำคะแนนสะสมในไอ แอม บีทู ไปแลกตั๋วเครื่องบิน หรือสินค้าและบริการอื่น นอกเหนือจากห้องพักของบีทู โดยใช้เว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นเป็นช่องทางแลกรางวัล และพัฒนาให้บัตรไอ แอม บีทู เชื่อมโยงกับสมาร์ทโฟน อนาคตสมาชิกจะได้ไม่ต้องพกบัตรไอ แอม บีทู นำข้อมูลในบัตรเพิ่มในสมาร์ทโฟนแล้วใช้สมาร์ทโฟนตัดเงินในบัตรได้เลย วิธีการเหมือนสร้างคิวอาร์โค้ดบนสมาร์ทโฟนให้เครื่องตัดเงินปลายทางอ่านข้อมูล แต่เป็นคิวอาร์โค้ดที่ปลอดภัย เปลี่ยนใหม่ทุกครั้งที่ทำธุรกรรม กดถ่ายภาพหน้าจอเก็บไว้ใช้อีกไม่ได้
นิรันดร์ กล่าวว่า เวลานี้ใครไม่ให้ความสำคัญเทคโนโลยีอันดับแรก อนาคตจะลำบาก ซึ่งฟินเทคเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่โตเร็ว ถูกพัฒนาให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการง่ายขึ้น แต่ละหน่วยงานจึงพยายามพัฒนาฟินเทครองรับลูกค้าตัวเอง
“โรงแรมต้องหาฟินเทคมาใช้รองรับการทำธุรกรรมการเงินที่เปลี่ยนเป็นดิจิทัลมากขึ้น โรงแรมต้องเป็นเครือขนาดใหญ่พอสมควรจึงลงทุนฟินเทคเองแล้วคุ้ม ถ้าเป็นโรงแรมเดี่ยวๆ ต้องหาพันธมิตรที่ทำฟินเทคแล้วไปร่วมรายการด้วย”
ทั้งนี้ มิ.ย.-ก.ค.นี้ จะออกบัตรไอ แอม บีทู คอร์ปอเรต สำหรับองค์กรเป็นผู้ซื้อบัญชีองค์กร จากนั้นได้รับบัตรตามจำนวนสมาชิกที่ต้องการให้ใช้ เช่น 100 ใบ โดยองค์กรเติมเงินในคราวเดียวในบัญชีแล้วไปบริหารจัดการได้ว่าจะกระจายวงเงินให้บัตรของสมาชิกแต่ละคนเท่าไร กลุ่มเป้าหมายคือองค์กรที่มีพนักงานเดินทางต่างจังหวัดบ่อยครั้ง ตั้งเป้ามีองค์กรที่ใช้บัตรไอ แอม บีทู คอร์ปอเรต 100 องค์กรภายในปลายปีนี้ และเพิ่มเป็น 1,000 องค์กรปลายปีหน้า ซึ่งขณะนี้มีองค์กรแสดงความสนใจแล้ว
จะเห็นว่าฟินเทคมาแรงมาก คงไม่ใช่แค่ภาคการเงินต้องปรับตัวรับเทคโนโลยีนี้ ภาคอื่นซึ่งรวมถึงท่องเที่ยวก็ต้องเตรียมตัวเปิดรับฟินเทคเช่นกัน หากไม่อยากตกขบวนเข้าถึงลูกค้ารุ่นใหม่







