
หุ้นขึ้น ทองร่วง
ในช่วงวันหยุดยาวของไทยในเทศกาลสงกรานต์ ราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงพลิกความคาดหมายพอสมควร จากการพลิกฟื้นของตลาดหุ้นดาวโจนส์ และค่าเงินเหรียญสหรัฐที่กลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยที่ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้นหลังจากที่ร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 94.01 โดยปรับตัวขึ้นมาทำจุดสูงสุดในสัปดาห์นี้บริเวณ 94.90 โดยการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นดาวโจนส์และค่าเงินเหรียญสหรัฐนั้น มาจากความคาดหวังที่ดีขึ้นของนักลงทุนในลักษณะ Risk On อีกครั้งหนึ่ง จึงทำให้นักลงทุนโดยทั่วไปหันกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง
ในช่วงวันหยุดยาวของไทยในเทศกาลสงกรานต์ ราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงพลิกความคาดหมายพอสมควร จากการพลิกฟื้นของตลาดหุ้นดาวโจนส์ และค่าเงินเหรียญสหรัฐที่กลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยที่ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้นหลังจากที่ร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 94.01 โดยปรับตัวขึ้นมาทำจุดสูงสุดในสัปดาห์นี้บริเวณ 94.90 โดยการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นดาวโจนส์และค่าเงินเหรียญสหรัฐนั้น มาจากความคาดหวังที่ดีขึ้นของนักลงทุนในลักษณะ Risk On อีกครั้งหนึ่ง จึงทำให้นักลงทุนโดยทั่วไปหันกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง
ขณะที่ตลาดทองคำถูกแรงเทขายจาก SPDR นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 11–วันพฤหัสบดีที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นจำนวน 10.99 ตัน โดยจะเห็นได้ว่า SPDR มีการเก็งกำไรระยะสั้น และในวันศุกร์กลับเข้าซื้อทองคำเพิ่ม 5.64 ตัน ทำให้ปัจจุบัน SPDR ถือครองทองคำที่ระดับ 812.46 ตัน และเมื่อกลับมาดูข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐส่วนใหญ่ออกมาในเกณฑ์ทรงตัวและแย่ลงเล็กน้อย จะมีเพียง Unemployment Claims และ Empire State Manufacturing Index ที่ออกมาดีขึ้นเกินคาด
อย่างไรก็ดี การแกว่งตัวของราคาทองคำยังสร้างความสับสน เนื่องจากราคาซิลเวอร์เองยังคงปรับตัวสูงขึ้น ไม่ได้ปรับลดลงตาม
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิคราคาทองคำกลับสู่ความไม่แน่นอนอีกครั้ง อันจะเห็นได้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีความผันผวนของราคาค่อนข้างมาก ขณะที่นักเก็งกำไรในตลาดนั้นน่าจะได้ประโยชน์สูงสุดจากแรงซื้อและแรงขายในระยะสั้น ขณะที่ภาพรวมราคาทองคำจะมีแนวรับสำคัญบริเวณ 1,220 เหรียญสหรัฐ และ 1,200 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ ขณะที่แนวต้านสำคัญจะอยู่ที่ 1,250 เหรียญสหรัฐ และ 1,265 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับเช่นกัน
ด้านราคาทองคำไทยปรับตัวลงมาทดสอบแนวรับแรกอีกครั้งบริเวณ 20,400 บาท/บาททองคำ และจะมีแนวรับถัดไป 20,250 บาท ขณะที่แนวต้านจะอยู่ที่ระดับ 20,700 บาท โดยภาพรวมค่าเงินบาทเองแกว่งตัวอย่างมากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมีบางวันอ่อนค่าขึ้นไปแถวระดับ 35.20 บาท/เหรียญสหรัฐ ก่อนที่วันศุกร์จะกลับแข็งค่าขึ้นบริเวณ 35.08 บาท/เหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ดี สภาพตลาดทองคำนั้นจะเห็นได้ถึงความผันผวนค่อนข้างมากแบบไร้ทิศทาง ในเชิงเทคนิคระยะสั้นเริ่มฟอร์มตัวเป็น Double Bottom บริเวณ 1,220 เหรียญสหรัฐ ทั้งใน Oscillator, MACD และ RSI ในภาพระยะสั้นมากราย 30 นาที เกิด Divergence และ Oscillator ของราคาเช่นกัน ดังนั้นคาดว่าราคาทองคำเองน่าจะทรงตัวและดีดกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1,230 เหรียญสหรัฐได้ หากไม่มี
ข่าวร้ายใดๆ เข้ามากระทบอีกครั้ง
สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปในการลงทุนทองคำ คือ การประชุมของเฟดในช่วง 26-27 เม.ย.นี้ หรือในอีก 10 วันข้างหน้า ซึ่งโดยภาพรวมยังดูมีเสียงแตกกันบ้างเล็กน้อยในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด แต่คาดว่าเฟดน่าจะยังไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน เม.ย.นี้ได้
กลยุทธ์การลงทุนในทองคำ
เน้นเก็งกำไรระยะสั้น เข้าออกเร็ว โดยแนะนำให้ซื้อบริเวณ 20,400 บาท/บาททองคำ และมีการเก็งกำไรขายออกบริเวณ 20,700 บาท/บาททองคำ หรือระดับ 1,245 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ดังนั้นกล่าวโดยสรุปได้ว่า นับตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงปัจจุบัน ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น 16% ขณะที่ซิลเวอร์ปรับตัวขึ้น 17% อย่างไรก็ดี ทองคำไทยปรับตัวสูงขึ้นได้ประมาณ 10%
ทั้งนี้ MTS Gold แม่ทองสุก จึงยังแนะนำให้นักลงทุนศึกษาเรื่องการบริหารเงินลงทุนและปรับสภาพพอร์ตเป็นขาขึ้น โดยเน้นเก็งกำไรระยะสั้น และเข้าใจความผันผวนที่มีค่อนข้างรวดเร็วในตลาดในปัจจุบัน และ ณ ขณะนี้การลงทุนทองคำแท่งผ่านระบบ Gold Online ของ MTS Gold แม่ทองสุก มีความสมบูรณ์พร้อมในเรื่องข้อมูลและราคาที่โปร่งใสต่อนักลงทุนตลอด 24 ชั่วโมง สนใจติดต่อ MTS Gold Call Center : 02-770-7777







