
คิดอย่างไรให้ได้นวัตกรรม
ดิฉันได้มีโอกาสอ่านหนังสือ The Power of Habit : Smarter, Faster, Better ที่เขียนโดย Charles Duhigg เนื้อหาในหนังสือพูดถึงคุณลักษณะต่างๆ ที่จะนำพาตัวเราและองค์กรไปสู่ความสำเร็จที่คาดหวัง ซึ่งคุณลักษณะต่างๆ ที่พูดถึงในหนังสือนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่อะไรสำหรับคนที่ศึกษาหรือทำงานในภาคธุรกิจ
ดิฉันได้มีโอกาสอ่านหนังสือ The Power of Habit : Smarter, Faster, Better ที่เขียนโดย Charles Duhigg เนื้อหาในหนังสือพูดถึงคุณลักษณะต่างๆ ที่จะนำพาตัวเราและองค์กรไปสู่ความสำเร็จที่คาดหวัง ซึ่งคุณลักษณะต่างๆ ที่พูดถึงในหนังสือนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่อะไรสำหรับคนที่ศึกษาหรือทำงานในภาคธุรกิจ
แต่เมื่อดิฉันลองอ่านดูข้างในก็ต้องบอกกับทุกท่านว่า เนื้อหาข้างในหนังสือเล่มนี้ไม่ธรรมดาเลยค่ะ ทั้งนี้ก็เพราะว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เป็นหนังสือที่บอกว่าต้องทำอย่างไร หรือแนว How to ค่ะ แต่หนังสือที่ Duhigg เขียนนั้นจะบอกถึง Step of Thinking หรือวิธีคิดเบื้องหลังให้ได้มาซึ่งคุณลักษณะพึงประสงค์เพื่อให้เราบรรลุจุดหมายแห่งความสำเร็จ
สัปดาห์นี้ดิฉันจะขอพูดถึงประเด็นที่กำลังฮิตในยามนี้ค่ะคือ “นวัตกรรม” ซึ่งในหนังสือของ Duhigg พูดถึงการเกิดขึ้นของนวัตกรรมสมัยปัจจุบันไว้อย่างน่าสนใจ เขาบอกว่านวัตกรรมในปัจจุบันนั้นเกิดขึ้นมาจากการนำเอางานวิจัยจากศาสตร์แขนงอื่นมาประยุกต์ใช้ใหม่ให้เข้ากับโจทย์ของเรา เขายังบอกด้วยว่ากว่า 90% ของงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นต้นฉบับตีพิมพ์ในปัจจุบันนั้น ถูกตีพิมพ์มาก่อนแล้วในงานแขนงอื่น และก็มีการนำไปประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายแล้วจากนักวิทยาศาสตร์จำนวนมาก
ขณะเดียวกันบรรดาสิทธิบัตรของนวัตกรรมสำคัญๆ ดังๆ ที่เรารู้จักนั้น ก็ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากกระบวนการหยิบยืมเอาแนวคิดจากแขนงอื่นมาประยุกต์ในบริบทใหม่ทั้งนั้น พลวัตของนวัตกรรมที่ว่านี้ก็ดำเนินมาร่วม 50 ปีแล้วด้วยค่ะ
กระบวนการนวัตกรรมที่กล่าวมานี้ Duhigg ใช้คำว่า “การผสมผสานไอเดียเดิมในแนวทางใหม่” หรือ The combination of previously known ideas mixed together in new ways ทั้งนี้มีหลายตัวอย่างของนวัตกรรมชื่อดังที่เกิดขึ้นจากกระบวนการที่ว่านี้ เช่น การเกิดขึ้นของโซเชียลมีเดีย แท้จริงแล้วมีเบื้องหลังมาจากการนำเอาแนวคิดการอธิบายการแพร่กระจายของไวรัสในสาขาสาธารณสุขมาปรับใช้กับการวิเคราะห์รูปแบบการแชร์ของผู้ใช้โซเชียลมีเดีย
ฉะนั้นแล้วหากเราต้องการคิดค้นนวัตกรรมที่ล้ำหน้ากว่าคนอื่น เราก็จำเป็นต้องปรับวิธีคิดใหม่ จากปกติที่เราจะคิดนวัตกรรมภายใต้บริบทที่เป็นอยู่ เช่น เราอยู่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ก็คิดค้นนวัตกรรมภายใต้ฐานความรู้และมุมมองของธุรกิจรถยนต์เท่านั้น แต่เราควรที่จะพาตัวเองไปสู่สิ่งใหม่ๆ หากเราคิดนวัตกรรมภายใต้กระบวนการที่แสวงหาแนวคิดจากศาสตร์แขนงอื่นแล้วนำมาตีโจทย์ในมุมของเรา เราก็จะสามารถเปิดพรมแดนความรู้ไม่มีที่สิ้นสุดเข้ามาสู่ธุรกิจของเรา และช่วยให้สินค้าที่เราคิดออกมานั้นไม่ซ้ำใคร และตอบโจทย์ที่ล้ำสมัยในโลกยุคนี้ได้อย่างแน่นอนค่ะ







