
ประกันลดผลตอบแทนอาจเหลือแค่1%
ไทยประกันชีวิต มั่นใจดอกเบี้ยไทยไม่ติดลบ แต่ระวังออกสินค้าใหม่ อนาคตผลตอบแทนอาจเหลือแค่ 1%
ไทยประกันชีวิต มั่นใจดอกเบี้ยไทยไม่ติดลบ แต่ระวังออกสินค้าใหม่ อนาคตผลตอบแทนอาจเหลือแค่ 1%
นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า ปีนี้ธุรกิจประกันชีวิตต้องใช้ความระวังเรื่องการลงทุน เนื่องจากผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ และการลงทุนในช่องทางอื่นๆ ก็ให้ผลตอบแทนต่ำเช่นกัน จึงต้องระมัดระวังในการออกแบบประกันใหม่ด้วยว่า จะต้องให้ผลตอบแทนที่สามารถจ่ายให้ลูกค้าได้อย่างเหมาะสม เพราะธุรกิจนี้ต้องดูแลลูกค้าไปอีก 10-20 ปี
“ปัจจุบันแบบประกันที่ขายจะให้ผลตอบแทนแก่ลูกค้าประมาณ 2% แต่อนาคตอาจจะได้แค่ 1% ก็ได้ อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าดอกเบี้ยของไทยจะไม่ถึงขั้นติดลบ เพราะประเทศที่กำลังเจริญทางเศรษฐกิจ จะมีเงินไหลเข้าจำนวนมาก เพื่อมาหาผลตอบแทนที่สูงกว่า และไทยยังเป็นแหล่งลงทุนที่เงินมีความปลอดภัยสูง กดให้อัตราดอกเบี้ยต่ำ” นายไชย กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ต้องมีการทบทวนแบบประกันเป็นระยะๆ ถ้าแบบประกันไหนให้ผลตอบแทนไม่ดีก็ต้องหยุดขาย แต่ถ้าออกแบบประกันระยะสั้นมาขายมากเกินไปก็อาจจะขาดทุนได้
นายไชย กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตไทยปีนี้ยังเติบโต แต่จะเติบโตช้า เนื่องจากตลาดต่างจังหวัดมีปัญหาเรื่องรายได้ที่ลดลง ส่วนตลาดในเมืองคนส่วนใหญ่ยังมีงานทำ จะเห็นว่าอัตราการตกงานของคนไทยในปีนี้ไม่สูงเหมือนช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่ถ้าจะทำให้ยอดขายเติบโตได้เร็วและง่าย ก็ขายแบบประกันที่ให้ผลตอบแทนสูงๆ กับลูกค้า แต่ก็ไม่ใช่การเติบโตที่ยั่งยืน
นอกจากนี้ การบริหารตัวแทนเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะตัวแทนที่ทำงานสม่ำเสมอมีรายได้ดีอยู่แล้ว การที่บริษัทจะเติบโตมากหรือน้อย ตัวแทนไม่เดือดร้อน การใช้ผลงานเป็นตัวดัชนีชี้วัดการทำงานมากๆ ตัวแทนจะออกจากบริษัท ทำให้ความภักดีต่อองค์กรลดลง ปัจจุบันบริษัทมีตัวแทนที่มีผลงานขายอยู่ประมาณ 3 หมื่นคน ที่ทำให้ไทยประกันชีวิตเติบโตอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับการบริหารจะแบ่งเป็นการบริหารงานและการบริหารคน มีการกำหนดดัชนีชี้วัดในการทำงานอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยปีนี้ตั้งเป้าทำเบี้ยรับปีแรกให้ได้ 1.73 หมื่นล้านบาท เติบโต 20% แบ่งเป็นช่องทางตัวแทน 1.31 หมื่นล้านบาท เติบโต 25% ช่องทางผ่านธนาคาร หรือ
แบงก์แอสชัวรันส์ และช่องทางโทรศัพท์ 4,200 ล้านบาท เติบโต 6%







