
บล็อกเชน
แม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้อนุญาตให้มีการใช้เงินบิตคอยน์ (Bitcoin) หรือสกุลเงินดิจิทัล
โดย...แบงก์กลิ้ง
แม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้อนุญาตให้มีการใช้เงินบิตคอยน์ (Bitcoin) หรือสกุลเงินดิจิทัล แต่ก็เป็นที่รับรู้กันว่าในต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐ การใช้บิตคอยน์แพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะในระยะหลังที่มีเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เข้ามามีบทบาทในการช่วยตรวจสอบบิตคอยน์นั้นๆ ช่วยให้มีความมั่นใจในการใช้บิตคอยน์มากขึ้น
คงจำกันได้ว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2556 เกิดกรณีที่ทำให้ความไว้วางใจต่อการใช้บิตคอยน์ลดลงอย่างมาก เมื่อเมานท์ก็อกซ์ (Mt.Gox) แหล่งค้าบิตคอยน์รายใหญ่ในโตเกียวล้มละลาย เพราะฐานข้อมูลถูกแฮ็กเกอร์โจมตี ถัดมาเฟล็กซ์คอยน์ (Flexcoin) ในแคนาดา ก็ถูกแฮ็กเกอร์โจมตีจนต้องปิดกิจการไป
แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีบล็อกเชนหรือระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ ซึ่งสำหรับบิตคอยน์นั้น บล็อกเชนถูกนำมาเก็บสถิติการทำธุรกรรมทั้งหมดของบิตคอยน์ ได้ช่วยให้ผู้ที่จะรับหรือทำธุรกรรมด้วยบิตคอยน์ ตรวจสอบได้ว่า บิตคอยน์นั้นเป็นของจริงหรือไม่ ทำให้ข้อมูลการใช้บิตคอยน์โปร่งใสขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในกรณีบิตคอยน์แม้จะได้บล็อกเชนมาเป็นตัวกลางในการตรวจสอบการทำธุรกรรม ทำให้บทบาทของสถาบันการเงินถูกลดบทบาทลงไป
แต่ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินเองก็กำลังจะใช้ประโยชน์จากบล็อกเชนเช่นเดียวกัน







