
'อีตั้น'แตกธุรกิจรถมือสอง
อีตั้น อิมปอร์ท ลุยตลาดรถยนต์มือสองเสริมธุรกิจให้ครบวงจรหวังพยุงราคาขายต่อช่วยรถใหม่ซื้อง่ายขายคล่อง
อีตั้น อิมปอร์ท ลุยตลาดรถยนต์มือสองเสริมธุรกิจให้ครบวงจรหวังพยุงราคาขายต่อช่วยรถใหม่ซื้อง่ายขายคล่อง
นางอัจฉรีย์ ตันติยันกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท อีตั้น อิมปอร์ท ผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทได้ให้ความสำคัญกับธุรกิจรถยนต์นำเข้าในตลาดรถมือสองภายใต้แบรนด์ “อีตั้น ช้อยส์” (ETON Choice) เพื่อช่วยเสริมให้ธุรกิจมีความครบวงจรมากยิ่งขึ้น และรักษาระดับราคาขายต่อของรถยนต์นำเข้าที่ต้องการขายต่อเป็นรถมือสอง พร้อมทั้งจะช่วยสนับสนุนให้รถยนต์นำเข้ามือหนึ่งขายได้ง่ายยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้ายอดขายของธุรกิจนำเข้ารถมือสองไว้ที่ 10% ของเป้าหมายยอดขายรวมบริษัท ขณะที่เป้าหมายรวมของบริษัทคาดว่าจะอยู่ที่ 500 คัน เทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นสัดส่วนระหว่างรถญี่ปุ่นและรถยุโรปอยู่ที่ 80% ต่อ 20% ตามลำดับ จากปีก่อนอยู่ที่ 70% ต่อ 30%
นอกจากนั้น บริษัทยังมีการบริการหลังการขาย ได้แก่ อีตั้น แฟมิลี่ แคร์ ที่ให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่สัดส่วนรายได้จากบริการหลังการขายในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราเติบโตขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการรับบริการหลังการขายรถยนต์นำเข้าจากแบรนด์อื่นๆ ด้วยช่องซ่อมที่รองรับการให้บริการจำนวน 15 ช่องซ่อม รวมถึงการขยายกะการทำงานเพื่อรองรับอัตราการเติบโต
อย่างไรก็ตาม แผนการตลาดของบริษัทในปีนี้จะเน้นไปที่การเจาะกลุ่มลูกค้าที่ตรงกลุ่มยิ่งขึ้น พร้อมเน้นการบอกต่อของผู้บริโภค ซึ่งไม่ทำการตลาดแบบหว่านเหมือนเช่นที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่นเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริษัทได้ง่ายยิ่งขึ้น ตามนโยบายการพัฒนากิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ภาพรวมตลาดรถยนต์นำเข้าในปีนี้ คาดว่าจะเริ่มนิ่งขึ้นภายหลังความชัดเจนของมาตรการตรวจสอบค่ามาตรฐานการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ของภาครัฐต่อรถยนต์นำเข้า ซึ่งในช่วงไตรมาส 2/2559 เป็นต้นไป มองว่าการแข่งขันด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย (โปรโมชั่น) จะกลับมารุนแรงอีกครั้ง
นางอัจฉรีย์ กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าปริมาณผู้ประกอบการรถยนต์นำเข้าอิสระมีจำนวนลดลงราว 20% จากจำนวน 1,000 ราย จากผลกระทบของการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ รวมถึงการตรวจสอบค่ามาตรฐานการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งผลกระทบต่อการคิดคำนวณราคาและการซื้อขาย จึงมองว่าปัจจุบันเหลือแต่ผู้จำหน่ายที่ตั้งใจทำธุรกิจจริงจังเท่านั้น







