
ค้าชายแดนดันศก. ธุรกิจเร่งลงทุนรับกำลังซื้อ กระทุ้งรัฐขจัดอุปสรรค
ขณะที่สถานการณ์การส่งออกของไทยยังไม่มีแววฟื้นตัว แต่กลับทรุดหนักลงจากปัญหาเศรษฐกิจโลก
ขณะที่สถานการณ์การส่งออกของไทยยังไม่มีแววฟื้นตัว แต่กลับทรุดหนักลงจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ลุกลามในหลายประเทศ ทำให้หลายสำนักปรับประมาณการตัวเลขส่งออกของไทยในปีนี้มีโอกาสติดลบ หรือไม่ขยายตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีความหวังกับการค้าชายแดน ที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายในปีนี้จะมียอดการค้าสูงถึง 1.7 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.4% จากปี 2558 ที่มีมูลค่าการค้าชายแดน 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งในปีที่ผ่านมา ใน 4 ด่านการค้าที่มีมูลค่าการค้าเพิ่มมากที่สุด 4 ด่าน ได้แก่ มุกดาหาร เพิ่มขึ้น 137% นครพนม เพิ่ม 25.4% เชียงของ จ.เชียงราย เพิ่ม 24.5% และด่านเชียงแสน จ.เชียงราย เพิ่มขึ้น 15.5%
ขณะที่หลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเป็นทางการ ทำให้การค้าชายแดนยิ่งมีความคึกคักมากขึ้น ส่งผลให้มีการลงทุนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
สงวน ซ้อนกลิ่นสกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า หลังจากเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทำให้การค้าชายแดนคึกคักมากยิ่งขึ้น โดยในพื้นที่ จ.เชียงราย โดยภาพรวมถือว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ และโดยเฉพาะเมื่อทั้งแม่สายและเชียงแสนจะจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น ภาพรวมทางการลงทุนจึงคาดว่าจะมุ่งสู่แม่สายและเชียงแสนอีกไม่น้อย ทันทีที่แผนว่าด้วยเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษมีความชัดเจน
ด้าน อ.เชียงของ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับ สปป.ลาว โดยมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เป็นจุดเชื่อม ถือเป็นเส้นทางหลักที่จะเชื่อมต่อกับประเทศจีน เป็นเหตุผลสำคัญในการดึงดูดความสนใจของนักลงทุนเข้ามาในพื้นที่ อ.เชียงของ อย่างต่อเนื่อง
“ปัจจุบันธุรกิจโรงแรม สถานที่พัก ร้านอาหาร ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และมีความน่าสนใจว่า ร้านอาหารใน อ.เชียงของ มีกลุ่มลูกค้าใหม่เข้ามาอย่างมากมาย นั่นคือกลุ่มลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งชาวลาวและชาวจีน และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง” สงวน กล่าว
ศิริพรรณ วิสุทธิพรผล นายด่านศุลกากรแม่สาย กล่าวว่า การนำเข้าและส่งออกหลังจากนี้คาดว่าจะขยายตัวไม่น้อยกว่า 50% จากมูลค่าเฉพาะการส่งออกเมื่อปีที่ผ่านมาที่ด่านศุลกากรแม่สาย ประมาณ 9,700 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้มูลค่าการส่งออกน่าจะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ สาธิต ภู่หอมเจริญ นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว กล่าวว่า แนวโน้มการค้าตามแนวชายแดนทางฝั่งสระแก้วปีนี้ คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 7 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่มีมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท โดยมีนักลงทุนเข้ามาสร้างห้างสรรพสินค้าเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง และยังมีการสร้างสวนน้ำขนาดใหญ่เกิดขึ้นที่ด่านชายแดนอีกหนึ่งแห่งด้วย
การค้าชายแดนติดกับเมียนมา ชัยวัฒน์ วิทิตธรรมวงศ์ ประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตากปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก กล่าวว่า ด่านศุลกากรพรมแดนแม่สอด กับด่านศุลกากรเมียวดี เมียนมา มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องประกอบกับการเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศ ทำให้ท่าทีการค้าชายแดนจะพุ่งสูงขึ้น จากความมั่นใจของพ่อค้า-นักธุรกิจ ผู้ประกอบการต่างๆ ที่จะทำการค้ากับชาวเมียนมาเพิ่มขึ้น
“ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค. มีมูลค่าการค้าตกเดือนละ 6,300 ล้านบาท ชี้ให้เห็นว่ามูลค่าการค้าชายแดนแม่สอด-เมียวดี จะเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน โดยคาดว่าทั้งปีมูลค่าจะพุ่งสูงกว่า 8 หมื่นล้านบาท จากปี 2558 ที่มีมูลค่าการค้า 7 หมื่นล้านบาท” ชัยวัฒน์ ระบุ
ขณะที่การค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ถือว่ามีมูลค่าสูงที่สุด โดยในปี 2558 ที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงถึง 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8.75 แสนล้านบาท ขณะที่การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมยางพารา หรือรับเบอร์ ซิตี้ มีความคืบหน้าไปมาก รวมทั้งการเร่งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อว่าจะทำให้การค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย มีความคึกคักมากยิ่งขึ้น
อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ในปีนี้กระทรวงพาณิชย์มีโครงการส่งเสริมและขยายมูลค่าการค้าชายแดน โดยการจัดคณะผู้แทนการค้าการลงทุนไทยเดินทางไปเจรจาการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน เช่น สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม และเมียนมา ซึ่งจะเน้นการจัดในเมืองรอง เช่น เสียมราฐ พระตะบอง สะหวันนะเขต มัณฑะเลย์ ตองยี มะละแหม่ง และไปยังชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียในรัฐมณีปุระ รวมทั้งจะจัดมหกรรมการค้าชายแดนที่ จ.นครพนม ระหว่างวันที่ 12-14 พ.ค. 2559 เพื่อขยายการค้าชายแดนเชื่อมโยงเพื่อนบ้านสู่จีนตอนใต้ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนภาคเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทยได้เสนอให้ภาครัฐแก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้าชายแดนใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การขอขยายมูลค่าสินค้านำติดตัว (แฮนด์แคร์รี่) จาก 200 เหรียญสหรัฐ เป็น 3,000 เหรียญสหรัฐ โดยกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์จะร่วมหาข้อสรุปได้ภายใน 1 เดือน 2.การขอขยายเวลาทำการของด่านการค้าชายแดนใน 11 ด่าน ตั้งแต่ 22.00-24.00 น.หรือเปิด 24 ชั่วโมง และ 3.การอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดนด้านเมียนมาและกัมพูชา เพื่อเพิ่มจำนวนรถขนส่งและเที่ยวการขนส่งสินค้าระหว่างกันให้มากขึ้น







