posttoday
ออมสินอัดหมื่นล้าน ปลุกกระแส ‘สตาร์ทอัพ’

ออมสินอัดหมื่นล้าน ปลุกกระแส ‘สตาร์ทอัพ’

15 เมษายน 2559

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

รัฐบาลปัจจุบันมีนโยบายชัดเจนที่จะสร้างธุรกิจเกิดใหม่ (สตาร์ทอัพ) ธนาคารออมสินจึงเข้ามามีส่วนร่วมด้านการสนับสนุนแหล่งเงินและวางเป้าให้เป็นธนาคารที่ส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ โดย ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า อยากให้คนพูดถึงธนาคารออมสินว่า เป็นธนาคารส่งเสริมเรื่องการทำสตาร์ทอัพของประเทศ มีการจัดประกวดโครงการจากร้อยสู่ล้าน สุดยอดแนวคิดพลิกธุรกิจไทย เพื่อค้นหาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ รวมทั้งมีกองทุนร่วมลงทุน หรือเวนเจอร์แคปอีก 2,000 ล้านบาท ที่พร้อมเข้าไปช่วยเป็นทุนหมุนเวียน

ล่าสุด ธนาคารร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สตาร์ทอัพเอสเอ็มอี เช่น ผู้ประกอบคนนี้ทำกล้วยตาก ทีมธรรมศาสตร์ก็จะเข้าไปดู คิดรูปแบบแพ็กเกจให้ออกมาน่าสนใจและขายได้ เป็นต้น ซึ่งใช้ทุนประมาณ 5-10 ล้านบาท ก็ช่วยให้คนเหล่านี้มีโอกาสค้าขายในทางธุรกิจได้

“เป้าหมายคือต้องการทำให้ธนาคารออมสินเป็นคนปลุกกระแสเรื่องเอสเอ็มอีสตาร์ทอัพให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุน เพราะแบงก์พาณิชย์จะปล่อยแต่พวกฟินเทค ไฮเทค แต่โอกาสที่จะเกิดคนแบบสตีฟ จ็อบส์ จะมีสักกี่ราย ดังนั้นสิ่งที่ออมสินจะทำคือจะช่วยเอสเอ็มอีทั่วไปและพวกที่มีนวัตกรรม เงินเหล่านี้จะช่วยคนได้เป็นแสนรายให้มีรายได้และลดความเหลื่อมล้ำด้วย” ชาติชาย กล่าว

วิทัย รัตนากร รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าธุรกิจและภาครัฐ กล่าวว่า ธนาคารได้เสนอกระทรวงการคลังผ่านทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ขอจัดตั้งสายงานดูแลธุรกิจสตาร์ทอัพขึ้นเป็นหน่วยงานเฉพาะ อยู่ภายใต้กลุ่มลูกค้าธุรกิจ สายงานดังกล่าวจะมีภารกิจ 3 ด้าน เริ่มตั้งแต่ การค้นหาตัวผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ซึ่งได้เริ่มจากการประกวดเขียนแผนธุรกิจ ในโครงการสุดยอดแนวคิดพลิกธุรกิจไทย รวมทั้งการหาผู้ประกอบการจากหน่วยงานพันธมิตร เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ทั้งนี้ ประเทศไทยมีศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการอยู่หลายแห่ง ยังไม่นับรวมศูนย์ที่อยู่ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดที่นำเอาผู้ประกอบการเหล่านี้มาพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้อย่างจริงจัง

หน้าที่ต่อมา คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยจะเชิญที่ปรึกษาด้านต่างๆ มาช่วยพัฒนาผู้ประกอบการทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ การวางแผนการตลาด การให้ความรู้เรื่องการจดทะเบียนนิติบุคคล การวางแผนภาษี เช่น เด็กจบใหม่ ที่คิด ผลิตสินค้าได้ แต่ไม่มีความรู้เรื่องการตั้งบริษัท การเสียภาษี ต้องทำอย่างไร เป็นต้น

ภารกิจสุดท้าย คือ การสนับสนุนทางการเงิน โดยธนาคารได้ออกสินเชื่อเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ เป็นโครงการพิเศษ เน้นปล่อยกู้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วไปใช้เป็นทุนหมุนเวียน ที่ไม่จำเป็นต้องมีนวัตกรรม มีเงื่อนไขว่าต้องจดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลมาแล้วไม่เกิน 3 ปี ปล่อยกู้สูงสุด 10 ล้านบาท/ราย หรือแล้วแต่ความเหมาะสม มีระยะเวลาผ่อนสั้นๆ คือ 1 ปี หรือผ่อนยาวนานถึง 10 ปี อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-2 อยู่ที่ 3.99% ปีที่ 3-10 ดอกเบี้ยตามที่ธนาคารกำหนด

นอกจากนี้ ยังมีอีกกลุ่ม คือการเข้าไปร่วมทุน หรือเวนเจอร์แคป ในเอสเอ็มอีสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรม เช่น สตาร์ทอัพไฮเทค ที่มีการสร้างแอพพลิเคชั่นหรือเอสเอ็มอีที่ทำด้านไบโอเทคฯ สามารถเข้าร่วมทุนสูงสุดถึงรายละ 10 ล้านบาท และหากต้องการสินเชื่อเพิ่มก็ปล่อยกู้ได้อีก 10 ล้านบาท รวมแล้วไม่เกิน 20 ล้านบาท

“เป้าหมายการทำโครงการสตาร์ทอัพของธนาคารออมสิน คือ ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสตาร์ทอัพให้เข้าถึงแหล่งเงินได้จริงๆ นโยบายการปล่อยกู้จึงทำบนสภาพความเป็นจริงของธุรกิจ ที่จะช่วยทั้งเอสเอ็มอีปกติ สามารถขอสินเชื่อได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป กับพวกท่ี่มีนวัตกรรมมาขอเข้าเวนเจอร์แคปได้ ซึ่งเตรียมเงินไว้ 2,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับสินเชื่อสตาร์ทอัพ คาดว่าปีนี้ธนาคารออมสินจะลุยปล่อยกู้ให้สตาร์ทอัพเอสเอ็มอีไม่น้อยกว่า 5,000-1 หมื่นล้านบาท” วิทัย กล่าว

นอกจากนี้ ในวันที่ 28 เม.ย.-1 พ.ค. จะมีการจัดงาน สตาร์ทอัพ ไทยแลนด์ 2016 โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเจ้าภาพเชิญ 11 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พาณิชย์ คลัง อุตสาหกรรม รวมถึงธนาคารออมสิน ที่ให้นำผู้ที่ชนะเลิศในการเขียนแผนธุรกิจเข้าไปร่วมแสดงในงานนี้ด้วย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน