posttoday
'ไอพีโอ'โตเข้าเป้า

'ไอพีโอ'โตเข้าเป้า

15 เมษายน 2559

ไตรมาสแรกปี 2559 ที่ผ่านมา ถือว่าดัชนีหุ้นมีความผันผวนสูงมาก ต้นปีตลาดหุ้นทั่วโลกเจอสารพัดนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางประเทศต่างๆ พ่นพิษ พอเดือน ก.พ. ค่อยฟื้นตัวจากนักลงทุนต่างประเทศกลับเข้ามาลงทุนจนมียอดซื้อสุทธิ 491 ล้านบาท จากเดือน ม.ค.ที่ขายสุทธิถึง 7,966 ล้านบาท และมาจบที่เดือน มี.ค. ซื้อสุทธิมากถึง 26,453 ล้านบาท

ไตรมาสแรกปี 2559 ที่ผ่านมา ถือว่าดัชนีหุ้นมีความผันผวนสูงมาก ต้นปีตลาดหุ้นทั่วโลกเจอสารพัดนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางประเทศต่างๆ พ่นพิษ พอเดือน ก.พ. ค่อยฟื้นตัวจากนักลงทุนต่างประเทศกลับเข้ามาลงทุนจนมียอดซื้อสุทธิ 491 ล้านบาท จากเดือน ม.ค.ที่ขายสุทธิถึง 7,966 ล้านบาท และมาจบที่เดือน มี.ค. ซื้อสุทธิมากถึง 26,453 ล้านบาท

ในช่วง 3 เดือนแรกมีหุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) เข้าจดทะเบียนเพียง 2 แห่ง คือบริษัท เจตาแบค (GTB) เข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) และ บริษัท ทีพีบีไอ (TPBI) เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ถือว่าน้อยกว่าปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับสถิติในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา และยังน้อยกว่าในปี 2555 ที่มี 3 บริษัท เพราะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ปี 2554 ต้องให้คนในวงการสะท้อนภาพให้เห็นว่าไอพีโอที่เข้ามาน้อยเมื่อต้นปีถือเป็นเรื่องปกติหรือไม่ และแนวโน้มจะเติบโตได้มากเพียงใด

“สันติ กีระนันทน์” รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การที่ไอพีโอไตรมาสแรกของปี 2559 อาจดูเหมือนน้อยลง แต่มองเป็นเรื่องปกติที่ช่วงต้นปีมักจะไม่ค่อยมีไอพีโอเข้า ประกอบกับปีนี้ ช่วงแรกภาวะตลาดมีแนวโน้มขาลงจากปัจจัยนอกประเทศ ราคาน้ำมัน ขณะที่เม็ดเงินต่างชาติเพิ่งเริ่มทยอยเข้ามาในตลาดหุ้นไทยเดือน ก.พ. จะเป็นด้วยปัจจัยต่างประเทศที่ดีขึ้น อีกทั้งในเรื่องของราคาน้ำมันที่มีการฟื้นตัว

อย่างไรก็ดี ทั้งปียังมองเป้าหมายมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของปีนี้ยังอยู่ที่ 2.7 แสนล้านบาทเช่นเดิม แม้จะเห็นได้ว่าตอนนี้เหมือนมีบริษัทเข้ามาน้อย และที่ผ่านมาก็มีบริษัทที่เตรียมเสนอขายไอพีโอเพียงแห่งเดียวที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เลื่อนแผนกำหนดการซื้อขายออกไป แต่เกิดจากขั้นตอนกระบวนการภายในของบริษัทเอง ไม่ได้เกิดจากผลประกอบการหรือเรื่องอื่นใดทั้งสิ้น

“ประพันธ์ เจริญประวัติ” ผู้ช่วยผู้จัดการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ มองเป็น 2 อย่าง คือ หนึ่ง ไอพีโอที่จะเข้า mai ที่ยื่นไฟลิ่งไว้มีอยู่น้อยประมาณ 2-3 บริษัทเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าปีก่อนหน้าที่มักจะมี 4-7 บริษัท และเมื่อยื่นปลายปีเมื่อเข้าจดทะเบียนไม่ทันส่วนหนึ่งก็จะมาเข้าช่วงต้นปีของปีถัดมาทันที ประเด็นที่สองคือปลายทาง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพยย์์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีการปรับเปลี่ยนวิธีการการยื่นงบของไอพีโอ โดยบริษัทใดที่มีการยื่นงบ 9 เดือน ก็ให้รอไปใช้งบปี 2558 ไปเลย เพื่อจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนและละเอียดยิ่งขึ้น บางบริษัทจึงต้องรอยื่นไฟลิ่งโดยใช้งบปี และก็มีบางบริษัทที่ต้องการใช้ 9 เดือนก็มีดำเนินการต่อ

อย่างไรก็ดี ส่วนตัวมองว่าหุ้นใหม่ที่เข้ามาเพียง 2 บริษัท ไม่ได้ผิดปกติจากเดิมมาก เพราะธรรมดาไตรมาสแรกเป็นช่วงที่ไอพีโอมักเข้าจดทะเบียนน้อยที่สุดอยู่แล้วเมื่อเทียบกับไตรมาสอื่นๆ สำหรับปี 2559 ก็ยังมองในเป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะมีไอพีโอเข้า mai ประมาณ 15-20 บริษัท เทียบกับปีก่อนที่ 13 บริษัท พร้อมคาดว่ามี มาร์เก็ตแคป ที่ 2 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันมีไอพีโอที่จะเข้า mai อยู่ระหว่างการยื่นไฟลิ่งประมาณ 5 บริษัท

ทั้งนี้ จำนวนไอพีโอที่คาดว่าจะเข้า mai ปีนี้ ก็ถือว่าเป็นจำนวนพอดีและพอเหมาะกับคนในอุตสาหกรรมที่อยู่ในช่วงขาดแคลนมา 2-3 ปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายการเงินของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ผู้ตรวจสอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน คนในทีมของผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายไอพีโอ ฯลฯ

ขณะที่แหล่งข่าวที่ปรึกษาทางการเงินรายหนึ่งให้มุมมองว่า ช่วงปลายปีก่อน ก.ล.ต.ให้ความเข้มงวดในเรื่องการตรวจสอบงบที่หากยื่นไฟลิ่งงบ 9 เดือน ต้องเป็นงบที่มีการตรวจสอบแล้วเรียบร้อย (Audit) ไม่ใช่แค่งบการสอบทานปกติ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับบริษัทที่เตรียมยื่นไอพีโอโดยเฉพาะที่เตรียมเข้า mai แต่ทุกอย่างเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อมี พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกที่ช่วยให้มีความชัดเจนว่าที่ปรึกษาทางการเงินและบริษัทต้องมีการเตรียมตัวไอพีโอเป็นอย่างดี แต่โดยรวมไตรมาส 4 ของปีก่อนก็ทำให้การยื่นไฟลิ่งสะดุดไปชั่วคราว ส่งผลให้มีจำนวนบริษัทที่ยื่นไฟลิ่งในท่อไว้น้อย

สอดคล้องกับ “สมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ หรือ APM กล่าวว่า ปกติช่วงไตรมาสแรกจะเป็นช่วงที่มีไอพีโอเข้าจดทะเบียนน้อยกว่าทุกไตรมาสอยู่แล้ว แต่เหตุผลหนึ่งของปีนี้ที่น้อยลง ส่วนหนึ่งเพราะไอพีโอชะลอการยื่นไฟลิ่งไปสักพัก หากบริษัทไหนใช้งบ 9 เดือนยื่น เพราะ ก.ล.ต.ให้ใช้งบที่ต้อง Audit ชัดเจน จากปกติจะใช้ Audit เมื่อเป็นงบประจำปีเท่านั้น และใช้งบการเงินแต่ละไตรมาสเป็นงบสอบทานได้ ทำให้ส่วนใหญ่รอยื่นงบผลประกอบการประจำปี 2558 ไปเลย โดยเดือน พ.ย.-ธ.ค. มีบริษัทยื่นไฟลิ่งไปน้อย ซึ่งขึ้นกับความสมัครใจและจุดประสงค์การเข้าจดทะเบียนของลูกค้าแต่ละราย แต่ทั้งหมดก็มีการยกเลิกไปเมื่อมี พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกเข้ามา

นอกจากนั้น การเสนอขายไอพีโอที่ผ่านมาต้องอาศัยสภาพแวดล้อมอื่นประกอบด้วย เช่นปี 2554 น้ำท่วมก็มีผลกระทบกับผลประกอบการและอาจต้องเลื่อนไอพีโอออกไป แต่ปี 2557 ที่แม้จะมีการปฏิวัติเกิดขึ้น แต่กลับพบว่าต้นปี 2558 ก็มีไอพีโอที่ทยอยจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง สำหรับปี 2559 APM คาดจะเข้าประมาณ 6-7 บริษัท

“สมภพ กีระสุนทรพงษ์” กรรมการผู้อำนวยการ บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองหลายกรณีที่เกี่ยวข้องโดย หนึ่งคือตั้งแต่สิ้นปีก่อนจนถึงเดือน ก.พ.ปีนี้ ภาวะตลาดไม่ดี ผันผวนสูง ดัชนีปรับลงไปที่ระดับ 1,200 จุด เพราะเจอหลายปัจจัย ตั้งแต่ราคาน้ำมันโลกที่มีความผันผวน กลุ่มสื่อสารที่ได้รับกระทบจากการประมูลคลื่น รวมไปถึงกลุ่มธนาคารพาณิชย์ด้วย แต่ตอนนี้ดัชนีหุ้นได้กลับมาอยู่ในระดับที่ดีคือมากกว่า 1,300 จุด ก็ถือว่าเริ่มเป็นจังหวะที่ดีของหุ้นไอพีโอที่จะกลับมาเทรดอีกครั้ง

ขณะที่หุ้นที่เตรียมตัวบางรายก็ไม่ได้เร่งรีบใดๆ โดยเฉพาะไอพีโอที่จะเข้า mai จะไม่ได้รับผลกระทบใด เพราะแต่ละบริษัทจะมีความจำเป็นและต้องการใช้เงินระดมทุนที่แตกต่างกันไป ซึ่งจะเห็นว่ามีไอพีโอที่เข้ามาเมื่อเดือน มี.ค. เพราะธุรกิจมีความเฉพาะด้านและมีปัจจัยพื้นฐานที่แตกต่างโดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ก็ต้องติดตามกันดูว่าไตรมาสต่อมา ไอพีโอจะมีเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างที่ทุกฝ่ายมองกันหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน