posttoday
สังคมคาร์บอนต่ำ และข้อตกลงปารีส

สังคมคาร์บอนต่ำ และข้อตกลงปารีส

14 เมษายน 2559

ในวันที่ 22 เม.ย. 2559 นี้ จะมีประเทศต่างๆ ทั่วโลกประมาณ 80-100 ประเทศ เข้าร่วมพิธีลงนามในข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน (“ข้อตกลงปารีส”) ที่เกิดจากผลการประชุมในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือน ธ.ค. 2558

ในวันที่ 22 เม.ย. 2559 นี้ จะมีประเทศต่างๆ ทั่วโลกประมาณ 80-100 ประเทศ เข้าร่วมพิธีลงนามในข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน (“ข้อตกลงปารีส”) ที่เกิดจากผลการประชุมในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือน ธ.ค. 2558

“ข้อตกลงปารีส” จะต้องได้รับการให้สัตยาบัน โดยอย่างน้อย 55 ประเทศ ตัวแทนของอย่างน้อยร้อยละ 55 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก เพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายใต้ข้อตกลง ซึ่งมีเป้าหมายร่วมในการควบคุมความร้อนของอุณหภูมิโลกให้อยู่ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส

ครั้งนี้สหรัฐและจีน (2 ประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก) ได้ออกแถลงการณ์ร่วม (ฉบับที่ 3) ยืนยันจะลงนามใน “ข้อตกลงปารีส” ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ โดยประกาศในแถลงการณ์ว่าจะดำเนินขั้นตอนจำเป็นภายในประเทศให้เสร็จสิ้นก่อน เพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกใน “ข้อตกลงปารีส” ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทุกวันนี้ “สังคมคาร์บอนต่ำ” (Low Carbon Society) ก็เป็นหนึ่งในแนวความคิดสำคัญในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ที่มีส่วนสนับสนุน “ข้อตกลงปารีส” ด้วย เพราะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงจากสภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของทุกคนบนโลกใบนี้

คำว่า “สังคมคาร์บอนต่ำ” นี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ได้ให้ความหมายไว้ว่า “เป็นสังคมที่ผู้คนส่วนใหญ่หันมาร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในทุกรูปแบบหรือในกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดจากการดำรงชีวิตปกติ โดยเฉพาะการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาจากกระบวนการผลิตของโรงงานหรือภาคอุตสาหกรรม เพื่อจะได้อยู่ร่วมกันในสังคมที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี”

โดยเหตุที่ “สังคมคาร์บอนต่ำ” จะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้พลังงานของประชาชนในสังคมหนึ่งๆ อย่างมากด้วย เพราะการเผาผลาญพลังงาน (เชื้อเพลิง) จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดังนั้น “สังคมคาร์บอนต่ำ” จึงมี 4 ลักษณะสำคัญ คือ 1.เป็นสังคมที่ต้องช่วยกันลดความต้องการใช้พลังงาน 2.เป็นสังคมที่ต้องหลีกเลี่ยงการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลหรือน้ำมัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 3. เป็นสังคมที่ต้องมีมาตรการความมั่นคงทางพลังงานและเป็นสังคมที่มีการพบปะหารือกันในเรื่องความต้องการของคนทุกกลุ่มในสังคม และ 4.เป็นสังคมที่มีการวางผังเมืองให้สอดคล้องกับระบบนิเวศที่สมดุลด้วย

ว่าไปแล้วประเทศไทยได้ปรับกระบวนทัศน์ในการพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่เป็น “สังคมคาร์บอนต่ำ” และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาหลายปีแล้ว (แต่ก็ยังได้ผลไม่มากนัก) ดังปรากฏใน “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11” (พ.ศ. 2555-2559) ซึ่งให้ความสำคัญต่อเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นอย่างมาก

ปัจจัยที่มีผลอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนไปสู่ “สังคมคาร์บอนต่ำ” ก็คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและวิถีชีวิตของประชาชนทั่วไป รวมทั้งต้องร่วมแรงร่วมใจกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน  เพื่อการขับเคลื่อนให้เกิดผลทางปฏิบัติ

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า