
ณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์ ซีเอฟโอ ‘การบินไทย’
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
“ณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์” วัย 53 ปี รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการเงินและบัญชี หรือ “ซีเอฟโอ” หรือตำแหน่งภายในว่า “ดีอี” ของบริษัท การบินไทย (THAI) ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อกลางปี 2558
เขาจบปริญญาตรี เศรษฐศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบปริญญาโทอีก 2 สาขา คือ สาขาระบบข้อมูล จากมหาวิทยาลัยโกลเดนเกตซานฟรานซิสโก และสาขาการเงิน จากมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก สหรัฐ
จากนั้นเริ่มชีวิตการทำงานปี 2527 เป็นโปรแกรมเมอร์ประมาณ 4 ปีทั้งในประเทศและบริษัทแห่งหนึ่งในสหรัฐ ทำผลิตภัณฑ์ให้กับบริษัท ไอบีเอ็ม จากนั้นปี 2533 จึงกลับเมืองไทยเข้ามาทำงานด้านโอปอเรชั่นในแบงก์ออฟอเมริกาประมาณ 2 ปี จึงย้ายมาทำงานแผนกการเงินในธนาคารพาณิชย์ประมาณ 7-8 แห่ง รวมถึงธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ตำแหน่งสุดท้ายคือรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายกลยุทธ์และการเงิน
การทำงานแทบทุกแห่งที่ผ่านมาจะเข้าไปช่วยสร้างหรือซ่อม อาทิ ที่ธนาคารแห่งหนึ่งได้เข้าไปสร้างแผนกการเงินขึ้นมาใหม่ ด้วยการสร้างแพลตฟร์อม เอ็มไอเอส ให้ธนาคารแห่งนี้ จากนั้นได้ย้ายงานไปทำงานที่ธนาคารอื่นประมาณ 4 ปี ต่อมาได้มีโอกาสถูกเรียกกลับมาช่วยงานซ่อมแพลตฟร์อม เอ็มไอเอส ที่เคยสร้างไว้
รวมถึงช่วงที่ได้เข้าไปทำงานธนาคารต่างชาติแห่งหนึ่ง เคยได้มีส่วนสร้างธนาคารเพราะได้เข้าควบรวมกับธนาคารไทยแห่งหนึ่ง และเคยได้ทำงานที่ธนาคารไทยขนาดใหญ่โดยสร้างโครงของแพลตฟอร์ม เอ็มไอเอส ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ส่วนที่ทำงานท้ายสุดของสายธนาคารเคยเข้าไปสร้างแผนกการเงินของธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
“การจบด้านไอที คือ เอ็มไอเอส ถือเป็นโชคดี เพราะการทำงานด้านการเงินการวิเคราะห์ เอ็มไอเอส มีผลเป็นตัวช่วยได้มากในการดูวิเคราะห์ผลประกอบการ”
ปรัชญาการทำงาน คือ ที่ผมมักพูดกับทุกๆ คนที่เคยทำงาน เรื่องแรก คือ ต่อให้คุณทำงานที่ไหนก็แล้วแต่ คิดว่าทำได้ดีแล้วก็ต้องทำให้ดีขึ้นได้อีก และมีการพัฒนาตัวเองขึ้นมาตลอด เรื่องที่สอง ทำอะไรให้คิดถึงประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก เพราะเป็นผู้จ่ายเงินค่าจ้างให้กับเรา
นอกจากนี้ ยังต้องพัฒนาสร้างบุคลากรซึ่งในช่วงประมาณ 20 ปีของการทำงานเคยมีลูกน้องที่เคยร่วมงานมา 200-300 คน ได้ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ หลายๆ คนได้ขึ้นเป็นซีเอฟโอองค์กรขนาดใหญ่หรือมีกิจการเป็นของตัวเอง
อีกทั้งส่วนตัวยังเคยทำงานเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาประมาณ 18 ปี ก่อนหยุดในช่วงที่มาทำงานที่ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย โดยหลักการส่วนตัวจะยึดหลักสอนให้รู้จักพัฒนาตัวเองคิดตามไปด้วย ไม่ใช่สอนให้ทำในสิ่งที่สั่งให้ทำ
งานต่างๆ ที่ผ่านมา ทุกงานมีความท้าทายในตัวเอง ทั้งงานโปรแกรมเมอร์ ธนาคาร งานซีเอฟโอที่การบินไทย ตรรกะหลักการทำงานคิดในแบบง่ายๆ ในทุกที่ คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์หรือบริการบนหลักคิดว่าลูกค้าต้องการอะไร หรือให้มองกลับมาว่ากำลังทำอะไรเพื่อใคร ไม่ใช่การทำสินค้าออกไปวางขายโดยไม่ได้คิดว่าลูกค้าต้องการอะไร
ยกตัวอย่างวันที่เข้ามาสัมภาษณ์ที่การบินไทยซึ่งต้องเข้ามาช่วยงานในด้านการเงิน ผมถามไปว่าต้องการให้มาช่วยทำอะไร หรือต้องการให้หน่วยงานการเงินทำอะไร รวมถึงหากได้รับเชิญเป็นวิทยากรเป็นผู้บรรยายในงานต่างๆ คำถามแรกที่ผมจะถาม คือ ประวัติของกลุ่มผู้ที่มาฟังเป็นใคร เพื่อให้สามารถนำเสนอการบรรยายได้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟัง
สำหรับในอนาคตอยากเห็นสายการบินไทยเป็นสายการบินอันดับ 1 ของโลก ซึ่งเชื่อว่าเป็นไปได้ไม่ยาก ด้วยโอกาสของบริษัทที่มีมาก ด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาไทยถึงประมาณ 37 ล้านคน/ปี มากเป็น 2 เท่าของมาเลเซีย และมากถึง 6 เท่าของสิงคโปร์ และมีโอกาสที่จะเข้ามาอีกจำนวนมากในอนาคต
สิ่งหนึ่งที่อยากให้ภาครัฐสนับสนุนหรือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วยโปรโมทประเทศไทย คือ การทำกลยุทธ์การท่องเที่ยวระยะยาวให้เกิดความยั่งยืนมีการสร้างมูลค่าเพิ่มสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่การบินไทยผลิตภัณฑ์และบริการของการบินไทย มีเอกลักษณ์หรือสัมผัสของความเป็นไทย เพราะการที่มีพนักงานส่วนใหญ่เป็นคนไทยมีความตั้งใจและพร้อมเต็มใจในการให้บริการที่ดี







