
จักรยานยนต์เร่งกู้ยอด รับกำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว
โดย...ศาสตราวุธ พินิจ
โดย...ศาสตราวุธ พินิจ
ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในปี 2559 นี้จะเห็นทิศทางที่ฟื้นตัวขึ้นได้จากมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบของรัฐบาลจะเริ่มเห็นส่งผลให้กำลังซื้อผู้บริโภคเริ่มดีขึ้น ประกอบกับเหล่าบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด (โปรโมชั่น) แข่งขันกันโดยใช้กระแสของรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (บิ๊กไบค์) ในการทำตลาดเพื่อตอบสนองผู้บริโภค
พร้อมกันนี้ ทิศทางตลาดของรถจักรยานยนต์ที่มีราคาสามารถเข้าถึงง่ายและมีดีไซน์สปอร์ตเริ่มดีขึ้นต่อเนื่อง จึงเป็นสิ่งที่บริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์หันมาให้ความสนใจผลิตรถจักรยานยนต์ประเภทดังกล่าวเพื่อให้ครบไลน์ผลิตภัณฑ์สามารถตอบสนองความต้องการในทุกระดับเพื่อผลักดันยอดขายให้เติบโตขึ้น
จินตนา อุดมทรัพย์ ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ กล่าวว่า จากกระแสบิ๊กไบค์ที่ได้รับการตอบรับดีจากผู้บริโภคส่งผลให้ยอดขายของยามาฮ่าในปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 2,100 คัน เติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รวมถึงรถจักรยานยนต์กลุ่มสปอร์ตราคาที่เข้าถึงง่าย ผู้บริโภคยังได้ให้ความสนใจอีกมาก บริษัทจึงได้เร่งผลิตรถจักรยานยนต์กลุ่มสปอร์ตมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งแนะนำรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด
ทั้งนี้ คาดว่ายอดขายรถยนต์กลุ่มสปอร์ตและบิ๊กไบค์ จะเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่ผลักดันยอดขายของบริษัทให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 2.5 แสนคัน จากปีก่อนอยู่ที่ 2.2 แสนคัน โดยในไตรมาส 1/2559 บริษัทมียอดขายอยู่ที่ราว 5.5 หมื่นคัน เติบโต 20.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไตรมาส 1/2559 อยู่ที่ 3.8 แสนคัน เติบโตลดลง 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 3.9 แสนคัน
อย่างไรก็ตาม คาดว่าส่วนแบ่งทางการตลาดของยามาฮ่าในแต่ละประเภทจะอยู่ที่ กลุ่มรถจักรยานยนต์ครอบครัว 5.6% กลุ่มรถจักรยานยนต์ออโตเมติก 21.9% และกลุ่มรถจักรยานยนต์แบบสปอร์ต 23.1% ซึ่งในกลุ่มสปอร์ตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา มีส่วนแบ่งตลาด 12%
“ไตรมาสแรกของปีนี้รถกลุ่มสปอร์ตราคาไม่เกิน 1 แสนบาท ในรุ่นเอ็ม-สแลช มีผลตอบรับดีมาก ซึ่งมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 3,000 คัน/เดือน เป็น 5,000-7,000 คัน/เดือน” จินตนา กล่าว
สุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า กล่าวว่า ปัจจัยด้านการท่องเที่ยวในประเทศที่มีทิศทางการฟื้นตัวที่ดีจะส่งผลดีต่อเนื่องมายังตลาดรถจักรยานยนต์ แม้ว่าสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงและสถานการณ์ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำจะส่งผลกระทบอยู่บ้าง ในปีที่ผ่านมาบริษัทยอดขายลดลงราว 2-3% จึงมองว่าในปีนี้ผู้บริโภคจะเริ่มกลับมาใช้จ่ายและเปลี่ยนขนาดจากรถจักรยานยนต์ขนาดเล็กเป็นรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ และกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการเปลี่ยนรถเพื่อทดแทนคันเดิมยังมีอยู่อีกมาก
ดังนั้น บริษัทจึงมองว่าภาพรวมตลาดรถบิ๊กไบค์จะมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 2.4-2.5 หมื่นคัน จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.9 หมื่นคัน หรือเติบโตราว 20% ซึ่งบริษัทยังตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งยอดขายในตลาดบิ๊กไบค์เป็นอันดับ 1 ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดในการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ภายใน 2 ปี
สุชาติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากการที่บริษัทมีรถจักรยานยนต์ครบทุกกลุ่มเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยราคาที่สามารถเป็นเจ้าของง่าย โดยมองว่าในอนาคตจะนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของตลาด
เลิศศักดิ์ นววิมาน กรรมการบริหาร บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยปี 2559 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.7 ล้านคัน จากปีก่อนอยู่ที่ 1.68 ล้านคัน ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วยให้กำลังซื้อผู้บริโภคและเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
สำหรับบริษัทได้ตั้งเป้าหมายส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 2% หรืออยู่ที่ 3.5 หมื่นคัน จากปีก่อนอยู่ที่ 1.8% หรืออยู่ที่ 3 หมื่นคัน ของตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ซึ่งมองว่ารถจักรยานยนต์กลุ่มสปอร์ตและกลุ่มบิ๊กไบค์มีทิศทางการเติบโตที่ดี โดยกลยุทธ์การตลาดของบริษัทในปีนี้จะตอบสนองทุกความต้องการด้วยการผลิตรถจักรยานยนต์ครบทุกช่วงราคาจะสามารถผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ได้
ปีเตอร์ แม็คเคนซีย์ กรรมการผู้จัดการตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย ฮาร์เลย์ เดวิดสัน เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยมีศักยภาพสูงจากทิศทางการเติบโตของตลาดโดยเฉพาะตลาดบิ๊กไบค์ที่มีอัตราเติบโตต่อเนื่องราว 10-20% ทุกปี ดังนั้นบริษัทจึงมุ่งเน้นการแนะนำแบรนด์ฮาร์เลย์ เดวิดสัน ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น มีแผนการเจาะกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้นจากเดิม ฐานผู้บริโภคของบริษัทมีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป
นอกจากนั้น การสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์เว็บไซต์ของบริษัทพบว่ากว่า 40% ผู้บริโภคในประเทศไทยให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซึ่งบริษัทมองว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยว โดยมีราคาเริ่มต้น 5.49 แสนบาท ถึง 1.9 ล้านบาท ซึ่งได้ให้ลูกค้าได้ลองสัมผัสผลิตภัณฑ์ด้วยการทดลองขับขี่ ซึ่งมองว่าจะสามารถให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้เร็วขึ้นและส่งผลดีกับยอดขายต่อไป
จากทิศทางดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยที่ยังมีการเติบโตได้ โดยเฉพาะจากกระแสความนิยมรถกลุ่มบิ๊กไบค์ รวมไปถึงยังมีสัญญานบวกจากมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลที่สนับสนุนให้กำลังซื้อผู้บริโภคและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจดีขึ้นตามลำดับ
ขณะเดียวกัน ทิศทางผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคที่ให้การตอบรับในปัจจุบันในกลุ่มรถจักรยานยนต์แบบสปอร์ตที่มีราคาเข้าถึงง่าย ยังเป็นข้อดีในการตอบสนองความต้องการที่สะท้อนออกมาเป็นผลลัพธ์ทางด้านยอดขายที่สนับสนุนให้ตลาดยังคงทรงตัวไม่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
สิ่งหนึ่งที่ต้องจับตาของตลาดรถจักรยานยนต์ในเวลานี้ อยู่ที่สถานการณ์ไม่คาดฝันทั้งหลาย อาทิ สถานการณ์ภัยแล้ง สถานการณ์ทางการเมือง ที่อาจมีผลกระทบ หากทุกสิ่งอย่างเป็นเช่นนี้ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง







