posttoday
สีทาอาคารปรับสู้ตลาดซึม

สีทาอาคารปรับสู้ตลาดซึม

12 เมษายน 2559

เบเยอร์ระบุหดตัวแน่10% ทีโอเอคาดทรงตัวหรือติดลบ3-5%

เบเยอร์ระบุหดตัวแน่10% ทีโอเอคาดทรงตัวหรือติดลบ3-5%

สีเบเยอร์-ทีโอเอ ยันตลาดสีทาอาคารปีนี้ซึม ต้องปรับตัวรุกขายออนไลน์ บุกอาเซียนดันยอดขาย

นายวรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ รองประธานบริหาร กลุ่มบริษัท สีเบเยอร์ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว จะส่งผลกระทบกับตลาดสีทาอาคารปีนี้หดตัวลง 10% จากปี 2558 มีมูลค่า 2.4 หมื่นล้านบาท คาดว่าปีนี้จะเหลือ 2.2 หมื่นล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เปิดตัวโครงการใหม่น้อยลง ซึ่งเห็นสัญญาณตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาและกลุ่มลูกค้าที่ต้องการปรับปรุงบ้านในต่างจังหวัดชะลอการใช้สี

“ตลาดสีปีนี้หดตัวลง แต่เราคาดว่าจะสามารถเติบโตได้ 5% เนื่องจากพยายามพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคข้าวยากหมากแพง ด้วยกลยุทธ์ Eco-Wellness Innovation ซึ่งเป็นนวัตกรรมสีที่ใช้งานได้จริง เช่น สีเบเยอร์คูล หรือสีกันร้อน สีเบเยอร์ชิลด์ แอร์ เฟรช หรือสีฟอกอากาศบริสุทธิ์ คาดว่าจะช่วยดันรายได้ปีนี้ให้เติบโตปิดรายได้ที่ 4,400 ล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้ 4,200 ล้านบาท” นายวรวัฒน์ กล่าว

ขณะเดียวกัน ก็ได้รุกช่องทางการขายผ่านอี-คอมเมิร์ซมากขึ้น โดยได้เริ่มขายผ่านลาซาด้าเพื่อเจาะลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทาสีภายในห้องด้วยตัวเอง เป็นต้น ซึ่งในปีนี้ได้ใช้งบการตลาดรวม 400 ล้านบาท จากปีก่อนที่ใช้งบรวม 300 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทพยายามเจาะฐานลูกค้าระดับกลาง-บน เนื่องจากเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สำหรับในปีนี้ บริษัทยังใช้งบลงทุน 500 ล้านบาท ที่ได้ลงมาตั้งแต่ปี 2558-2560 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสีจากปัจจุบันอยู่ที่ 30 ล้านลิตร/ปี คาดว่าปีหน้าจะมีกำลังการผลิต 100 ล้านลิตร/ปี

ด้าน นายพงษ์เชิด จามีกรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดสีทาอาคารในปีนี้จะยังทรงตัวหรืออาจจะติดลบได้ 3-5% เนื่องจากผู้บริโภคยังชะลอการใช้จ่ายจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่ปัญหาภัยแล้งและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดหดตัวลง อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยบวกจากการลงทุนภาครัฐและมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งบ้านประชารัฐที่จะช่วยพยุงตลาดไว้ได้

“ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ตลาดถือว่ายังไม่คึกคักเท่าที่ควร ซึ่งบริษัทได้จัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งกับร้านค้าและผู้บริโภคโดยตรง รวมถึงการสร้างนวัตกรรมและการขยายตลาดต่างประเทศ ซึ่งการจัดกิจกรรมการตลาดจะยังคงทำอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการขยายช่องทางโมเดิร์นเทรดมากขึ้น เพื่อรับกับความต้องการผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป” นายพงษ์เชิด กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายการลงทุนในอาเซียนเพื่อเป็นแบรนด์สีอันดับ 1 ระดับภูมิภาคภายใน 2 ปี โดยล่าสุดได้สร้างโรงงานใหม่ในอินโดนีเซียและกัมพูชา ซึ่งแต่ละแห่งจะใช้เงินลงทุน 500-1,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดของโรงงานที่จะสร้าง พร้อมกับขยายโรงงานในเมียนมาเพิ่มกำลังผลิตอีก 2 เท่า จากปัจจุบันสีทีโอเอมีโรงงานอยู่ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม ลาว และเมียนมา มีส่วนแบ่งตลาด 13% ในตลาดสีทาอาคารอาเซียน สำหรับปี 2559 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนประมาณ 12% แบ่งเป็นรายได้ในประเทศ 1.5 หมื่นล้านบาท และต่างประเทศ 3,000 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน