
28กองหุ้นติดลมบนกำไรพุ่ง
ผลตอบแทน7เดือนชนะดัชนี
‘อเบอร์ดีนสมอลแค๊พ’ได้31%โพสต์ทูเดย์ — 28 กองทุนหุ้นเริงร่า ตลาดหุ้นเป็นใจ ผลตอบแทน 7 เดือนพุ่งเหนือตลาด “อเบอร์ดีน สมอลแค๊พ” กำไรสูงสุด 31%
ผลการดำเนินงานของกองทุนหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 30 ก.ค.มีกองทุนอยู่ 28 กองทุน ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งปรับเพิ่มขึ้น 20.06% โดยกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด คือ กองทุนอเบอร์ดีน สมอลแค๊พ ซึ่งมีนโยบายลงทุนระยะปานกลางถึงระยะยาวในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และเน้นลงทุนในหุ้นที่มีมูลค่าตลาดไม่เกิน2 หมื่นล้านบาท ในวันที่ลงทุนครั้งแรก
กองทุนที่มีผลดำเนินงานย้อนหลัง 7 เดือน อันดับรองลงมา คือ กองทุนอยุธยาหุ้นปันผล บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อยุธยา ผลตอบแทน 30.84%กรุงศรีหุ้นแวลู บลจ.อยุธยา ผลตอบแทน 29.24% เค หุ้นปันผล บลจ.กสิกรไทย ผลตอบแทน 26.29% และแอสเซท พลัส สมาร์ท บลจ.แอสเซท พลัส ผลตอบแทน 24.23%
ขณะที่ บลจ.ที่มีจำนวนกองทุนหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์มากที่สุด คือ บลจ.กสิกรไทย มีอยู่ทั้งสิ้น 10 กองทุน และ บลจ.เอ็มเอฟซี 6 กองทุน
นายอดิเทพ วรรณพฤกษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุน บลจ.อเบอร์ดีน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในการบริหารจัดการกองทุนหุ้นที่แม้ว่าจะเป็นกองทุนที่มีวิธีการลงทุนแบบ Active Fund เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้ผลตอบแทนของแต่ละกองทุนออกมาแตกต่างกัน คือ วิธีการเลือกหุ้น และการซื้อขายทำกำไรหุ้นในจังหวะเวลาที่แตกต่างกัน
สำหรับ บลจ.กสิกรไทย ได้ยกให้กองทุนเปิดเค หุ้นปันผล เป็นกองทุนเด่นประจำเดือนนี้ โดยกองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูง พร้อมทั้งระบุว่ากองทุนยังมีโอกาสที่จะลงทุนในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) มากกว่า 3% ได้อีกหลายตัว แต่ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือในการวิเคราะห์และเลือกหุ้นเข้าสู่พอร์ตการลงทุนของผู้จัดการกองทุน
ขณะที่นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลดีให้กับกองทุนหุ้นกลุ่ม SMART โดยแอสเซท พลัส สมาร์ท และแอสเซท พลัส สมาร์ท 2 สามารถจ่ายคืนผลตอบแทนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนนับตั้งแต่ต้นปีเท่ากับ 40% และ 25% ตามลำดับ







