
ชวนพิศ’อดีตบิ๊กเคหะฯอาสาฟื้นSSE
’โพสต์ทูเดย์ — “ชวนพิศ” บิ๊กซันไชน์ฯ ขอเวลาล้างและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ซันไชน์ฯ มั่นใจลงทุนโรงพิมพ์ตะวันออก ต่อยอดธุรกิจเพิ่มความแข็งแกร่ง
นางชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันไชน์ คอร์ปอเรชั่น (SSE) เปิดตัวครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งว่า มีความตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของ SSE ซึ่งใช้เวลาจากนี้ไม่เกิน 2 ปี ทำบริษัทให้มีความโปร่งใส ชัดเจน วางกฎระเบียบขั้นตอนให้ถูกต้อง ทั้งการปฏิบัติงานและการลงทุน รวมทั้งพยายามทำให้ผลดำเนินงานมีกำไรตอบแทนผู้ถือหุ้น มั่นใจสิ้นปีนี้พลิกฟื้นผลดำเนินงานเป็นกำไร จากธุรกิจบริษัทลูกและการลงทุนในโรงพิมพ์ตะวันออก (EPCO)
ปัจจุบัน SSE มีขาดทุนสะสมประมาณ 100 ล้านบาท มีแผนล้างให้หมดในปี 2554
“
การมารับตำแหน่งที่ซันไชน์ฯ เป็นงานที่ท้าทาย แต่ไม่รู้สึกลำบากใจ จะขอใช้เวลาจากนี้ไม่เกิน 2 ปี ปรับเปลี่ยนภาพพจน์ให้เป็นบริษัทลงทุนที่มีความแข็งแรง” นางชวนพิศ กล่าวกรรมการผู้จัดการ SSE กล่าวว่า ได้ผ่าตัดและปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุน คือ การวางแผนลงทุนที่ชัดเจน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้เกิดผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น ซึ่งการลงทุนแต่ละครั้งต้องมีคณะกรรมการการลงทุนศึกษาและพิจารณาให้รอบคอบก่อนอนุมัติการลงทุน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก
สำหรับการลงทุน มี 2 รูปแบบ คือ การลงทุนระยะยาวในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีศักยภาพ ผลประกอบการดี มีประโยชน์กับสังคม เกิดผลกำไรต่อผู้ถือหุ้น เช่น การลงทุนในโรงพิมพ์ตะวันออก ซึ่งให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 12% ของราคาหุ้น และการลงทุนระยะสั้น หรือพอร์ตลงทุน ที่ลงทุนหุ้นพลังงาน ธนาคารพาณิชย์ หรือหุ้นที่มีพื้นฐานดี ส่วนหุ้นโซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) หรือ SLC ขายไปแล้ว
นางชวนพิศ กล่าวมั่นใจว่า การซื้อ EPCO ไม่ทำให้บริษัทขาดสภาพคล่อง เนื่องจากได้เตรียมเงินส่วนต่างๆ ทั้งจากเงินสดหมุนเวียน 200 ล้านบาท เงินกู้กรรมการ 150 ล้านบาท เงินกู้สถาบันการเงิน 100150 ล้านบาท สำหรับทำคำเสนอซื้อหุ้น (เทนเดอร์ออฟเฟอร์)
“
การลงทุน EPCO เป็นการต่อยอดเสริมธุรกิจในกลุ่มซันไชน์ฯ ซึ่งมีกลุ่มอควา ทำธุรกิจสื่อโฆษณา การซื้อ EPCO นอกจากผลตอบแทนจากเงินปันผลแล้ว ยังเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับซันไชน์ฯ และธุรกิจในกลุ่ม และหลังซื้อแล้วจะถือหุ้น EPCO ไม่ต่ำกว่า 50% สามารถเข้าบริหารและใช้ทีมบริหารเดิมของ EPCO” นางชวนพิศ กล่าวด้านการเพิ่มทุนในบริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง (GEN) จากสัดส่วนที่ถืออยู่ 3% นั้นจะพิจารณาความเหมาะสมและทิศทางธุรกิจก่อนใส่เงิน แต่ไม่มีนโยบายเพิ่มสัดส่วนการลงทุน
“
จากนี้ไปโครงสร้างรายได้จะมาจากการลงทุนระยะยาวในธุรกิจต่างๆ 80% และพอร์ตลงทุน 1520% ส่วนการลงทุนอื่นๆ ยกเลิกไป






