
จีนว่าไงไทยจะสร้างเอง
หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศว่าโครงการรถไฟไทยจีนจะเดินหน้าต่อไป แต่จะเปลี่ยนรูปแบบเป็นไทยลงทุนเอง 100% ไม่ใช่การร่วมทุนระหว่างไทยและจีนอีกต่อไป สร้างความแปลกใจให้คนทั้งประเทศว่าทำไมพูดคุยกันมาแล้วถึง 9 ครั้ง แต่เหมือนไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ต้องกลับไปนับหนึ่งที่แหล่งเงินทุนใหม่
หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศว่าโครงการรถไฟไทยจีนจะเดินหน้าต่อไป แต่จะเปลี่ยนรูปแบบเป็นไทยลงทุนเอง 100% ไม่ใช่การร่วมทุนระหว่างไทยและจีนอีกต่อไป สร้างความแปลกใจให้คนทั้งประเทศว่าทำไมพูดคุยกันมาแล้วถึง 9 ครั้ง แต่เหมือนไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ต้องกลับไปนับหนึ่งที่แหล่งเงินทุนใหม่
ไม่ใช่เพียงเฉพาะคนไทยเท่านั้น สื่อมวลชนของจีนก็ให้ความสนใจประเด็นนี้ไม่ต่างกัน มีการนำเสนอข่าวจากสำนักข่าวต่างๆ เป็นจำนวนไม่น้อย แต่การวิเคราะห์และการนำเสนอข่าว ต้องบอกว่าเป็นหนัง (แทบจะ) คนละม้วนกับที่ไทยเรานำเสนออยู่เลยทีเดียว
สื่อมวลชนจีนส่วนใหญ่มีทัศนคติทางลบต่อการตัดสินใจเช่นนี้ของไทย บางคนเห็นว่านี่เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะแปลกใจอะไร เพราะการที่ไทยจะมาร่วมมือกับจีนเป็นเพียงแค่เกมการเมืองของไทยที่ต้องการจะคานอำนาจอเมริกา แต่เมื่ออเมริกาเริ่มมีท่าทีที่ดีขึ้นต่อรัฐบาลทหารของไทย ไทยจึงเลือกที่จะถอยห่างจากจีนตามที่อเมริการ้องขอ
บางข่าวนำเสนอว่าไทยเป็นฝ่ายกลับกลอก ประชุมกันมา 9 ครั้ง แต่ละครั้งก็มีข้อเรียกร้องที่ไม่สิ้นสุด จนจีนปรับตัวไม่ทัน บ้างก็นำเสนอในทำนองที่ว่า ไทยอยากจะได้เทคโนโลยีจากจีน แต่ไม่คิดจะลงทุน กลับผลักภาระให้จีนรับผิดชอบทั้งหมด ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงกันไม่ได้
บางข่าวมีการเปรียบเทียบกับอินโดนีเซียและลาวว่ากำลังจะก่อสร้างได้ในเร็ววัน ในขณะที่ไทยยังมัวเล่นเกมต่อรองกับจีนอยู่ โดยหลีกเลี่ยงที่จะรายงานว่าอินโดนีเซียเองก็มีปัญหาในเรื่องการก่อสร้างที่ต้องล่าช้ากว่ากำหนด ในส่วนของลาวจะก่อสร้างต่อไปอย่างไรหากไม่ได้เชื่อมต่อกับไทย และจะใช้ความเร็วปานกลางหรือสูงกันแน่
ข่าวส่วนใหญ่ไม่ได้พูดถึงต้นตอปัญหาที่ไทยรับไม่ได้ คือความพยายามของจีนที่จะขอบริหารพื้นที่ตลอดแนวรถไฟ จนทำให้ไทยต้องเลือกที่จะลงทุนเอง
ไม่ว่าข่าวที่ออกมาจะเป็นเพราะความเข้าใจคลาดเคลื่อน ข้อมูลไม่เพียงพอ หรือเพราะความตั้งใจ ประเทศไทยก็ถูกมองว่า เป็นประเทศเล็กที่หวังจะตักตวงผลประโยชน์จากประเทศมหาอำนาจอย่างจีน
ประเด็นนี้ทำให้ผมนึกถึงบทสัมภาษณ์ของ ฯพณฯ หนิงฟู่ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ผ่านรายการทีวีรายการหนึ่งว่าอยากจะเห็นสื่อมวลชนไทยนำเสนอข่าวจีนจากการสัมผัสจีนจริงๆ มิใช่แค่ผ่านสำนักข่าวต่างประเทศ เพราะจะได้ข้อมูลไม่ถูกต้อง 100%
ผมเห็นว่าสื่อจีนเองก็ควรจะต้องเปิดกว้างและนำเสนอข้อเท็จจริงให้รอบด้านด้วย เพราะว่าเรื่องรถไฟไทยจีน ไม่ได้จะให้ผลประโยชน์แต่ไทยฝ่ายเดียว แต่ยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ One Belt One Road ของจีนด้วย ไม่ใช่หรือ







