
อยู่ที่การตัดสินใจ
โหดร้ายกันพอสมควรกับดัชนีหุ้นไทยที่ลดลงตลอดทั้งสัปดาห์รุนแรงกว่า 2.9% หนักหนาสาหัสที่สุดนับตั้งแต่สัปดาห์แรกของปี 2559
โหดร้ายกันพอสมควรกับดัชนีหุ้นไทยที่ลดลงตลอดทั้งสัปดาห์รุนแรงกว่า 2.9% หนักหนาสาหัสที่สุดนับตั้งแต่สัปดาห์แรกของปี 2559
ตลาดลงด้วย 2 ปัจจัยลบ คือ
1.การปรับลงของกลุ่มธนาคารที่ลงแบบไม่ยั้งคิดกว่า 6.9% หลังธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) 0.125% และธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารทหารไทย (TMB) ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้เอ็มแอลอาร์ลง 0.25% ตามลำดับ ในขณะที่ยังไม่ได้ประกาศว่าจะลดดอกเบี้ยเงินฝากลงเป็นปัจจัยกดดันต่อส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ซึ่งจะกลายเป็นผลกระทบต่อเนื่องถึงผลประกอบการในงวดไตรมาส 2 ปี 2559
2.กลุ่มสื่อสารก็ดิ่งลงหนักไม่แพ้กันกว่า 9.5% นำโดยบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท อินทัชโฮลดิ้ง (INTUCH) ติดลบลึกสุด 14% และ 18% ตามลำดับ จากประเด็นที่
ADVANC เสนอที่จะจ่ายเงิน 7.56 หมื่นล้านบาท เพื่อรับคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่ บริษัท จัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) สละสิทธิไป ซึ่งการที่ ADVANC มีต้นทุนคลื่นในราคาสูงถึง 7.56 หมื่นล้านบาท ต้องเผชิญกับเรื่องค่าใช้จ่ายของการตัดค่าเสื่อมของใบอนุญาตตกปีละประมาณ 5,000 ล้านบาท ขณะที่เพิ่งเสียค่าใช้จ่ายในการย้ายผู้ใช้บริการ 2จี ไป 3จี ส่งผลให้มีโอกาสที่จะต้องถูกปรับลดประมาณการและมูลค่าพื้นฐาน ทั้งนี้ กสทช.ได้นำเรื่องส่งต่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาใช้มาตรา 44 ในการจัดการ เนื่องจากตามกฎหมายคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะจัดสรรคลื่นด้วยวิธีการประมูลเท่านั้น
ทั้งสองปัจจัยกลายเป็นเหตุให้นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิระหว่างวันที่ 5-7 เม.ย. 2559 กว่า 4,000 ล้านบาท และซ้ำด้วยบัญชีซื้อขายเพื่อบริษัทขายสุทธิแบบจริงจัง 2,200 ล้านบาท
การขายของนักลงทุนต่างชาติเริ่มเด่นชัดมากขึ้น โดยเฉพาะใน SET50 Futures ช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมาทำการ Short สุทธิกว่า 1.6 หมื่นสัญญา (เฉพาะวันอังคารที่ 5 เม.ย. 2559 Short สุทธิกว่า 1.2 หมื่นสัญญา เป็น Short สุทธิหนักที่สุดตั้งแต่ต้นปี 2559) แรงขายที่เกิดขึ้นทำให้ค่า Basis ระหว่าง S50M16 – SET50 Index ถ่างออกจากลบ 3 จุด เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2559 กลายมาเป็นลบ 9 จุด สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติขายหนักจริงจังใน S50M16 โดยนักลงทุนต่างชาติยังเหลือยอด Long สุทธิที่เปิดไว้ตั้งแต่ต้นปีอีกกว่า 1.2 แสนสัญญา ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังไว้เป็นอย่างสูง เพราะต้นทุนของนักลงทุนต่างชาติในการ Long ดังกล่าวคิดเทียบกับ SET50 Index จะอยู่ที่ประมาณ 790 จุดเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันต่างชาติยังมีสถานะเป็นกำไรใน SET50 Futures ประมาณ 117% โอกาสที่จะเริ่มขายชี้นำมีสูงมาก
นักลงทุนต่างประเทศและพอร์ตโบรกเกอร์ยังเหลือยอดซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีกว่า 1.7 และ 1 หมื่นล้านบาท ความเป็นไปได้ที่จะทยอยขายออกก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงหยุดยาวกับเทศกาลสงกรานต์ยังมีสูง ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ตลาดหุ้นไทยหยุดทำการ ตลาดต่างประเทศมีความเสี่ยงที่จะต้องแกว่งผันผวน โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐกำลังเป็นช่วงของการรายงานผลประกอบการบริษัทใน S&P500 ซึ่งในช่วงสงกรานต์จะเป็นการรายงานงบของกลุ่มธนาคารและจาก Bloomberg Consensus มีการคาดการณ์ไว้ว่าจะออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก (เจพี.มอร์แกน, ธนาคารแห่งอเมริกา และซิตี้กรุ๊ป
Bloomberg Consensus ประเมินว่ากำไรจะหดตัวแรงจากช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้วกว่า 20.5% 13.9% และ 23.8% ตามลำดับ) หากเป็นไปตามที่ตลาดมอง เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐน่าจะแกว่งผันผวนรุนแรงในช่วงที่ไทยหยุดยาว ซึ่งก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องตัดสินใจว่า 3 วันที่เราหยุดเฮฮา แต่ต่างประเทศเขาไม่ได้หยุดแถมเขายังมีสิทธิที่จะต้องปรับลงแรง เราจะยอมเสี่ยงไปด้วยกันกับเขาไหม







