
ทรูรุกหนักคลาวด์เจาะกลุ่มองค์กร
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
กระแสความต้องการใช้คลาวด์คอมพิวติ้ง เทรนด์อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (Internet of Things) เทรนด์เอ็มทูเอ็มหรือแมชชีน ทู แมชชีน (M2M : Machine to Machine) มีส่วนทำให้ภาพรวมตลาดบริการสื่อสารโทรคมนาคมสำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจที่มีมูลค่า 4.5 หมื่นล้านบาท ในปีที่ผ่านมาขยายตัวไม่น้อยกว่า 10% ซึ่งเทรนด์ดังกล่าวก็ทำให้ปีนี้ ทรู บิสซิเนส พร้อมรุกนำเสนอบริการที่สอดคล้องกับความต้องการใหม่ๆ รองรับความต้องการและมั่นใจว่าจะเป็นกลุ่มบริการที่จะผลักดันรายได้ในปี 2559 ให้ขยายตัวได้ 10% ตามเป้าหมาย
ทรงธรรม เพียรพัฒนาวิทย์ ผู้อำนวยการบริหารด้านลูกค้าองค์กรธุรกิจและบริการระหว่างประเทศ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การที่กลุ่มทรูฯ มีบริการสื่อสารครบวงจรถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการตลาดขยายตลาดองค์กรทั้งบริการด้านมือถือทรูมูฟ บริการทรูอินเทอร์เน็ต บริการทีวีทรูวิชั่นส์ ซึ่งถือเป็นความต้องการบริการพื้นฐาน แต่แนวโน้มความต้องการนับจากนี้ของกลุ่มองค์กรจะเกี่ยวข้องกับโลกออนไลน์มากขึ้น
ทั้งนี้ ในส่วนของบริการคลาวด์คอมพิวติ้งที่ผ่านมาทรู บิสซิเนสมีบริษัทลูก ทรู ไอดีซี ที่ให้บริการด้านดังกล่าวอยู่แล้ว แต่เมื่อไม่นานนี้ได้ร่วมทุนกับธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย และผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลแบรนด์ SUPERNAP จากลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ในการพัฒนาศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ SUPERNAP ประจำประเทศไทย บนพื้นที่ 60 ไร่ ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช ใน จ.ชลบุรี แล้วเสร็จในปีหน้า ซึ่งในเฟสแรกจะให้บริการเซิร์ฟเวอร์ได้มากกว่า 6,000 ตู้แร็ค และจะทำให้ทรู บิสซิเนส ขยายการให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งได้มากขึ้น
ด้าน เทรนด์อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ หรืออินเทอร์เน็ตเป็นส่วนประกอบหนึ่งของทุกสิ่ง นั่นคือการที่อุปกรณ์ต่างๆ ในปัจจุบันถูกพัฒนาให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อส่งข้อมูลและสื่อสารซึ่งกันและกัน ซึ่งการที่อุปกรณ์ต่างๆ สื่อสารกันเองนั้นเรียกว่าเอ็มทูเอ็ม ก็จะเป็นเทรนด์ที่จะได้เห็นมากขึ้น โดยหากจะฉายภาพให้เห็นชัดขึ้น เช่น ธุรกิจให้บริการรถเช่ายุคใหม่ที่ภายในตัวรถเช่าจะมีกล่องอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเนอร์เน็ตจะมีความต้องการใช้ซิมโทรศัพท์ หรือธุรกิจขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล ก็จะใช้ 4จี ในการควบคุมการทำงานของแท่นจุดเจาะทั้งหมด ฯลฯ
"ความต้องการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารยุคใหม่กับธุรกิจของตัวเองที่เพิ่มขึ้น เป็นโอกาสทองให้ทรู บิสซิเนสเติบโต และแม้เศรษฐกิจไทยตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีนี้จะยังดูชะลอตัว แต่องค์กรต่างๆ ยังเดินหน้าลงทุนด้านไอทีต่อเนื่อง เพราะทุกองค์กรล้วนมองว่าการลงทุนด้านไอทีเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และจะทำให้เกิดประโยชน์กับการทำธุรกิจในอนาคต"
สำหรับกลุ่มลูกค้าของทรู บิสซิเนส ปัจจุบันมีด้วยกัน 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1.กลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 40% ของรายได้ทรู บิสซิเนส ทั้งหมด 2.กลุ่มองค์กรขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี 40% 3.กลุ่มราชการและรัฐวิสาหกิจ 4.กลุ่มสถาบันการศึกษา และ 5.กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่ง 3 กลุ่มหลังคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 20% โดยปีนี้คาดว่าบริษัทจะเติบโตจากกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่และกลุ่มเอสเอ็มอี
ทรงธรรม กล่าวว่า ตั้งแต่มีข่าวว่าทรูฯ ชนะการประมูล 4จี คลื่น 900 และคลื่น 1800 ทำให้กลุ่มองค์กรขนาดใหญ่มีความเชื่อมั่นในสัญญาณทรูมูฟมากขึ้น ส่งผลให้ช่วงที่ผ่านมากลุ่มองค์กรย้ายค่ายมาทรูมูฟเพิ่มขึ้น 30-40% โดยปัจจุบันทรูฯ มีลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ จำนวนกว่า 4,000 รายแล้ว ส่วนการขยายสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ต่างจังหวัด ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มเอสเอ็มอีมากขึ้น
ด้านรูปแบบการให้บริการ ทรู บิสซิเนส ไม่ได้เพียงให้บริการเรื่องการสื่อสารเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาด้านการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาธุรกิจและกระตุ้นยอดขายให้กับองค์กร เช่น การแนะนำให้องค์กรใช้บิ๊กดาต้าในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและนำมาปรับใช้กับการทำตลาดที่สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ เป็นผลให้กลุ่มธุรกิจองค์กรของทรูฯ ขยายตัวไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี โดยในปีที่ผ่านมามีรายได้ 1.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่ง 28% ของตลาดรวม
ขณะที่ภาพรวมกลุ่มทรูฯ ที่มีรายได้ในปีที่แล้วประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ทรู บิสซิเนส มีสัดส่วนรายได้ 17-18% ซึ่งหากเทรนด์เอ็มทูเอ็มเป็นกระแสที่เกิดเร็ว เชื่อว่าสัดส่วนรายได้จากทรู บิสซิเนส จะเพิ่มขึ้นมหาศาล







