posttoday
ไออาร์พีซีหนีจีนซบอาเซียน

ไออาร์พีซีหนีจีนซบอาเซียน

09 เมษายน 2559

ไออาร์พีซีปรับแผนธุรกิจพลาสติกหนีตลาดจีนดัมพ์ขายถูก หันพึ่งตลาดอาเซียน หลังพบแข่งขันสูง

โพสต์ทูเดย์ - ไออาร์พีซีปรับแผนธุรกิจพลาสติกหนีตลาดจีนดัมพ์ขายถูก หันพึ่งตลาดอาเซียน หลังพบแข่งขันสูง

นายสมเกียรติ เลิศฤทธิ์ภูวดล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายพาณิชยกิจและการตลาด ในฐานะรักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท ไออาร์พีซี เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ บริษัทจะหันมาให้ความสำคัญกับการส่งออกกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมพลาสติกเข้าไปทำตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น จากเดิมจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดในจีนเป็นหลัก แต่ภายหลังจากจีนมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเรื่องราคาสินค้า จึงทำให้บริษัทเริ่มลดบทบาทการทำตลาดในจีนตั้งแต่ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากแนวทางการทำธุรกิจดังกล่าว ส่งผลให้ปัจจุบันสัดส่วนการส่งออกพลาสติกไปทำตลาดในจีนได้ปรับลดลงเหลืออยู่ที่ประมาณ 40% เท่านั้น ขณะที่ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมีสัดส่วนมากกว่า 50% และในสิ้นปี 2559 นี้คาดว่าจะปรับสัดส่วนเหลือที่ 35-36%

สำหรับตลาดอาเซียนที่บริษัทจะให้มาให้ความสำคัญมากขึ้นนับจากนี้ คือ เวียดนาม เนื่องจากเศรษฐกิจในเวียดนามมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จีดีพีของเวียดนามมีอัตราการเติบโตสูงกว่าไทยหลายเท่าตัว ซึ่งหลังจากบริษัททดลองส่งออกพลาสติกเข้าไปทำตลาด พบว่าได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดีโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าถุงพลาสติก ทำให้บริษัทมีแผนที่จะเปิดสำนักงานภายในเวียดนามคาดว่าภายในสิ้นปีนี้น่าจะได้ข้อสรุป

“ปัจจัยที่ทำให้บริษัทสนใจเข้ามาขยายธุรกิจในเวียดนาม เพราะเวียดนามถือเป็นประเทศที่มีจีดีพีเติบโตไปในทิศทางเดียวกับอัตราการเติบโตจีดีพีของกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ซึ่งมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 7-12% ขณะที่จีดีพีของภูมิภาคอาเซียนเติบโตที่ 6-7% โดยบริษัทมีแผนจะเข้าไปขยายธุรกิจในลาว กัมพูชา และเมียนมาในอนาคตอันใกล้นี้” นายสมเกียรติ กล่าว

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า การที่ผู้ประกอบการในหลายธุรกิจเริ่มปรับแผนการทำตลาด ด้วยการย้ายฐานการผลิตไปที่เวียดนามไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจในเวียดนาม 

นอกจากนี้ อินโดนีเซียก็ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่จะให้ความสำคัญในการเข้าไปทำตลาด เนื่องจากเป็นประเทศที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่และมีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มสินค้าที่บริษัทมีแผนที่จะนำเข้าไปทำตลาด คือ ชิ้นส่วนรถยนต์และแพ็กเกจจิ้ง เป็นต้น

ขณะเดียวกัน บริษัทก็มีแผนจะเข้าไปขยายธุรกิจในสหรัฐมากขึ้น เพื่อชดเชยตลาดยุโรปที่กำลังมีปัญหาทางเศรษฐกิจอยู่ในขณะนี้ โดยในส่วนของกลุ่มสินค้าที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดสหรัฐอยู่ในขณะนี้ คือ เม็ดพลาสติกพีพีที่นำมาผลิตบรรจุภัณฑ์

อย่างไรก็ดี คาดว่าสิ้นปีจะมีรายได้และกำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังผันผวน โดยในส่วนของรายได้คาดว่าจะอยู่ที่ 4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นในประเทศ 55% และส่งออก 45% ในส่วนของส่งออกแบ่งเป็นจีน 36% อาเซียน 10% ยุโรป 10-15% สหรัฐและอื่นๆ 39%

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี