posttoday
ชี้เวียดนามแต้มต่อเพียบแข่งไทย

ชี้เวียดนามแต้มต่อเพียบแข่งไทย

07 เมษายน 2559

เอกชนไทยชี้เสถียรภาพการเมืองเวียดนามแกร่ง-นโยบายเศรษฐกิจต่อเนื่อง กระตุ้นจีดีพีโตยาว 6%

เอกชนไทยชี้เสถียรภาพการเมืองเวียดนามแกร่ง-นโยบายเศรษฐกิจต่อเนื่อง กระตุ้นจีดีพีโตยาว 6%

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ และประธานสภาธุรกิจไทย-เวียดนาม เปิดเผยว่า หลังจากที่นายเจิ่นด่ายกวาง (Tran Dai Quang) ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามคนล่าสุดไปเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น ซึ่งนักลงทุนไทยเห็นว่าบรรยากาศเศรษฐกิจจะยังดีต่อเนื่องจากการเมืองที่มีเสถียรภาพ

ทั้งนี้ จากการเข้ามาของหัวหน้ารัฐบาลใหม่ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี ด้วยจะยังสานต่อแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศเวียดนาม และยังเป็นการบริหารจัดการประเทศภายใต้พรรคการเมืองเดิมอยู่ โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นการลงทุนให้กับนักลงทุนต่างชาติที่เปิดเสรีให้กับทุกประเทศให้เข้าไปทำการค้าได้อย่างทัดเทียม ที่กระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโตดีต่อเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเฉลี่ย 6% ต่อปี

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเวียดนามยังวางนโยบายด้านต่างๆ ที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจต่างชาติ ที่วางแผนขยายการทำตลาดในเวียดนามด้านต่างๆ อาทิ ระบบภาษีในโครงการขนาดใหญ่
ที่มีการจัดสรรพื้นที่ให้ การออกใบอนุญาตการทำงานให้กับแรงงานข้ามชาติ ที่รวดเร็วและสะดวกขึ้น รวมถึงแนวทางการดึงดูดคนเก่งให้เข้ามาทำงานในเวียดนาม เป็นต้น

“ในประเทศเวียดนามยังได้มีการปรับลดโครงสร้างภาษีทั้งสำหรับนิติบุคคลและบุคคลทั่วไปให้เหลืออยู่ที่ 10% จากเดิม 20% รวมไปถึงภาษีด้านอุตสาหกรรมพลังงาน กรีน อินดัสตรี อุตสาหกรรมไฮเทค เป็นต้น ที่ล้วนเป็นปัจจัยดึงดูดให้มีคนเก่งๆ สนใจเข้าไปอยู่ในตลาดแรงงานเวียดนามมากขึ้น” นายสนั่น กล่าว

นอกจากนี้ เวียดนามยังมีข้อได้เปรียบเพิ่มในบทบาทเศรษฐกิจ หลังร่วมเซ็นสัญญาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ไปแล้ว ร่วมถึงการทำข้อตกลงเสรีการค้ากับสหภาพยุโรป (เอฟทีเออียู) ซึ่งจะเป็นแต้มต่ออย่างมหาศาลในการแข่งขันทางการค้ากับประเทศไทย จากโอกาสการทำตลาดส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ที่ได้การยอมรับทั้งในสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศในยุโรป

ขณะที่ประเทศไทยในเวลานี้ แม้ว่าจะยังไม่เข้าร่วมทีพีพี ด้วยยังติดอยู่ในเรื่องการทำงานของรัฐบาลชุดทหารในปัจจุบันที่เอฟทีเอในบางประเทศยังอาจไม่ยอมรับ แต่เห็นว่าไทยจะต้องเร่งแสดงเจตจำนง หรือมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมทีพีพีในรอบถัดไป จากรอบแรกมี 12 ประเทศ ด้วยเรื่องดังกล่าวจะต้องใช้ระยะเวลาเตรียมการ 1-2 ปี ทั้งการปรับแก้กฎหมาย การล็อบบี้ประเทศต่างๆ ให้รับไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิก เป็นต้น

“ในช่วงระหว่างนี้เห็นว่าไทยเองสามารถทำการบ้านไปก่อนเพื่อเตรียมความพร้อม หากมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมทีพีพี ส่วนหนึ่งเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติในไทย ที่จะไม่หนีออกไปใช้ฐานการผลิตในประเทศอื่น” นายสนั่น กล่าว

นายเทพทัย สุริยลักษณ์ นายกสมาคมผู้ส่งออกเอสเอ็มอีไทย กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า จากการเข้ามาของหัวหน้าคณะรัฐบาลคนใหม่ นายเจิ่นด่าย กวาง จะยังตอกย้ำความมีเสถียรภาพทางการเมืองของเวียดนามให้มีความ
เข้มแข็งทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง ซึ่งจะยังดำเนินการตามนโยบายเดิมต่างๆ ที่วางไว้ ด้วยนโยบายภาครัฐถือเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ

“การบริหารประเทศภายใต้พรรค การเมืองเดียวในเวียดนาม จะมีการวางแผน มีความเป็นระบบ ตัดสินใจเด็ดขาด รวดเร็วเพราะเป็นประเทศในระบบสังคมนิยม เห็นได้ชัดด้านการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของประเทศนี้ในช่วงที่ผ่านมา จากการเมืองที่ดี เศรษฐกิจของประเทศก็จะดีขึ้นตามมา” นายเทพทัย กล่าว  

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ดังกล่าวในปัจจุบันยังทำให้ประเทศเวียดนามได้กลายเป็นทั้งคู่ค้าและคู่แข่งกับประเทศไทยไปแล้ว เห็นได้จากการขยายการทำตลาดของนักธุรกิจชาวเวียดนามที่มุ่งทำการค้าออกนอกประเทศมากขึ้น ซึ่งพบว่าวิธีทำการค้าของนักธุรกิจเวียดนาม จะผสมผสานระหว่างคนจีนที่มีความขยันมุ่งมั่น และคนอินเดียที่มีความช่างคิดซึ่งลักษณะดังกล่าวจะหาได้ยากจากนักธุรกิจไทยในเวลานี้่ โดยเห็นว่าในเวลานี้ผู้ประกอบการธุรกิจไทยจะต้องปรับตัวรอบด้านเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท