
ไทยพาณิชย์เจาะฟินเทคเอเชีย
ไทยพาณิชย์เลือกแนวทางร่วมทุนกับฟินเทคในเอเชีย ตั้งกองทุนถือหุ้นเริ่มธุรกิจได้ในเดือน พ.ค.
ไทยพาณิชย์เลือกแนวทางร่วมทุนกับฟินเทคในเอเชีย ตั้งกองทุนถือหุ้นเริ่มธุรกิจได้ในเดือน พ.ค.
นายอนุชา เหล่าขวัญสถิตย์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านบริหารความเสี่ยง ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า กลยุทธ์การร่วมลงทุน (เวนเจอร์แคปปิตอล) ของบริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ จะพิจารณาไอเดียฟินเทคที่น่าสนใจของบุคคลหรือองค์กรภายนอกทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในต่างประเทศที่จำเป็นต้องมุ่งเน้นเป็นพิเศษ เพื่อให้ทราบพัฒนาการของเทคโนโลยีทางการเงิน
ทั้งนี้ การร่วมทุนในต่างประเทศระยะแรกจะดำเนินการผ่านกองทุน (ฟันด์) ซึ่งขณะนี้เริ่มพูดคุยคร่าวๆ แล้ว คาดว่าจะดำเนินการได้หลังจากเริ่มธุรกิจอย่างเป็นทางการเดือน พ.ค.นี้ โดยมีคณะกรรมการการลงทุนของบริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ ที่ตัวเองเป็นประธาน เป็นผู้ตัดสินใจอนุมัติการร่วมลงทุน ซึ่งจะอยู่ภายใต้นโยบายเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่และหาโอกาสนำมาใช้ประโยชน์ที่ธนาคาร
สำหรับเป้าหมายการร่วมลงทุนหลักจะอยู่ในเอเชีย เนื่องจากเทคโนโลยีฟินเทคใกล้เคียงกับไทย สามารถนำมาปรับใช้ในประเทศได้มากกว่าโมเดลของยุโรปและสหรัฐอเมริกา แต่ฟันด์ที่บริษัทจะเข้าไปร่วมลงทุนนั้นมีบางแห่งลงทุนทั้งในยุโรป สหรัฐ และเอเชีย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะแม้จะเน้นการปรับใช้จากเอเชีย แต่ก็จำเป็นต้องรู้เทรนด์ของฟินเทคของตะวันตกด้วย
ทางด้านแนวทางการร่วมลงทุนโดยตรงกับบริษัทฟินเทคนั้นคงต้องใช้เวลาในการศึกษาแต่ละบริษัท ทั้งวิเคราะห์งบและแผนธุรกิจที่ต้องมีความชัดเจน พร้อมเปิดกว้างร่วมลงทุนกับบริษัทฟินเทคของไทยด้วย แต่ในปัจจุบันบริษัทฟินเทคของไทยมีน้อยจะมีเฉพาะเทคโนโลยีชำระเงินและอี-คอมเมิร์ซ
"เงินทุนตั้งต้น 50 ล้านเหรียญสหรัฐ น่าจะใช้หมดภายใน 1 ปี-1 ปีครึ่ง ซึ่งเป้าหมายของเวนเจอร์แคปเน้นเรื่องการเรียนรู้ฟินเทคใหม่ๆ ก็จริง แต่ก็ต้องสร้างมูลค่าด้วย โดยรูปแบบผลตอบแทนจากการลงทุนอาจจะไม่มากนัก เน้นการนำกลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มที่ธนาคารมากกว่า" นายอนุชา กล่าว
นายอนุชา กล่าวว่า ความคืบหน้าของบริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ ขณะนี้จัดตั้งบริษัทเสร็จแล้ว กำลังเตรียมทีมผู้บริหาร คาดว่าสามารถเริ่มธุรกิจได้ในเดือน พ.ค.นี้ โดยนอกเหนือจากเวนเจอร์แคป ยังมีแล็บ มีหน้าที่นำไอเดียใหม่มาต่อยอด เพื่อนำไปใช้พัฒนาบริการของธนาคาร
สำหรับความเสี่ยงจากฟินเทคนั้น มองว่าในระยะปานกลางฟินเทคยังฆ่าอุตสาหกรรมธนาคารไม่ได้ เพราะธนาคารยังบริหารจัดการได้ ประกอบกับบริการทางการเงินมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของผู้ฝากและผู้กู้ แต่อาจจะมีการแย่งส่วนแบ่งตลาดในบริการของธนาคารบ้างในบางประเภท เช่น การชำระเงิน







