posttoday
4 ปัจจัยควรรู้ ก่อนเปรียบเทียบผลตอบแทนของกองทุนรวม

4 ปัจจัยควรรู้ ก่อนเปรียบเทียบผลตอบแทนของกองทุนรวม

07 เมษายน 2559

โดย...ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย

โดย...ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย

ด้วยจำนวนกองทุนรวมที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน อาจเป็นเรื่องยากในการตัดสินใจว่าจะเลือกลงทุนกองใดและนักลงทุนส่วนใหญ่ก็มักจะพิจารณาคัดเลือกกองทุนจากการดูผลตอบแทนเป็นปัจจัยสำคัญ  ทั้งนี้เพื่อให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบข้อมูลได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ได้มีการจัดทำรายงานข้อมูลเปรียบเทียบผลการดำเนินงานแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์ โดยแบ่งตามประเภทกองทุนต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยในการพิจารณาคัดเลือกกองทุน โดย 4 ปัจจัยที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจก่อนการเปรียบเทียบผลตอบแทนกองทุนรวม มีดังนี้

1.ประเภทกองทุนรวม–เนื่องจากการพิจารณาผลตอบแทนควรเปรียบเทียบระหว่างกองทุนที่มีลักษณะเดียวกัน นักลงทุนจึงต้องรู้ก่อนว่ากองทุนนั้นๆ ถูกจัดอยู่ในประเภทใด ปัจจุบัน AIMC ได้มีการจัดกลุ่มประเภทกองทุนรวม โดยแบ่งเป็นกลุ่มย่อยทั้งหมด 34 กลุ่ม อาทิ กองทุนในกลุ่มตราสารหนี้ระยะสั้น ได้แก่ Money Market Government, Money Market General กองทุนในกลุ่มตราสารทุน ได้แก่ Equity Small–Mid Cap, Equity Large Cap และ Equity General เป็นต้น โดยนักลงทุนสามารถตรวจสอบประเภทกองทุนได้จากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ (Fund Fact Sheet) ของแต่ละกองทุนที่หัวข้อประเภทกองทุนรวม

2.เปอร์เซ็นไทล์ (Percentile)–ทาง AIMC ได้จัดอันดับไว้ 5 กลุ่ม ได้แก่ 5th Percentile, 25th Percentile, 50th Percentile, 75th Percentile และ 95th Percentile ซึ่งหมายความว่าถ้ามีกองทุนทั้งหมด 100 กอง กองทุนที่ให้ผลตอบแทนอันดับที่ 5 จะอยู่ที่ 5th Percentile ขณะที่กองทุนที่ให้ผลตอบแทนเป็นอันดับที่ 95 จะอยู่ที่ 95th Percentile

3.ผลตอบแทน (Return)–การพิจารณาผลตอบแทนควรเปรียบเทียบระหว่างกองทุนที่มีลักษณะเดียวกัน หรือในสินทรัพย์ประเภทเดียวกัน โดยอัตราผลตอบแทนของกองทุนในกลุ่มเดียวกันจะถูกนำมาจัดอันดับตามเปอร์เซ็นไทล์ ซึ่งจะบอกได้ว่ากองทุนที่เราสนใจมีผลตอบแทนอยู่ในอันดับเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับกองทุนทั้งหมดในประเภทเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น หากต้องการลงทุนในกองทุนตลาดเงินที่ลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ระยะสั้นภาครัฐ เช่น กองทุนเปิดเค ตราสารรัฐระยะสั้น (K-TREASURY) เมื่อดูในเอกสาร Fund Fact Sheet พบว่าเป็นกองทุนในกลุ่ม Money Market Government และเมื่อดูตารางข้อมูลเปรียบเทียบผลการดำเนินงานแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์

สมมติให้กองทุนที่ถูกจัดอยู่ในอันดับ 5% แรกที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในกลุ่มนี้ มีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ตั้งแต่ 1.43% ขึ้นไป และกองทุนที่ถูกจัดอยู่ในอันดับ 25% แรก มีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ตั้งแต่ 1.32% ขึ้นไป

ดังนั้น กองทุน K-TREASURY ซึ่งมีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 1.37% (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ก.พ. 2559) จึงถูกจัดอยู่ในอันดับระหว่าง 5-25% แรกที่มีผลตอบแทนสูงที่สุดในกลุ่ม

4.ความผันผวน (Standard Deviation)–หรือเรียกว่าความเสี่ยงของกองทุน ซึ่งสามารถดูได้จากตารางเดียวกับผลการดำเนินงาน ซึ่งโดยปกติแล้วเมื่อนักลงทุนเลือกกองทุน 2 กองทุนที่มีผลตอบแทนเท่ากัน กองที่มีความผันผวนของผลการดำเนินงานที่น้อยกว่าก็จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

จะเห็นได้ว่าตารางเปรียบเทียบผลการดำเนินงานและความผันผวนของผลการดำเนินงานของกองทุนนี้สามารถเป็นข้อมูลประกอบในการคัดเลือกกองทุนได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับดัชนีชี้วัด  นอกจากนี้นักลงทุนยังดูได้ว่ากองทุนในกลุ่มเดียวกันมีการกระจายตัวของผลตอบแทนเป็นอย่างไร โดยดูจากผลตอบแทนในเปอร์เซ็นไทล์ที่ 5 และ 95 ว่าแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนย้อนหลังที่แสดงนี้ไม่ได้การันตีถึงผลตอบแทนในอนาคตและนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลกองทุน โดยเฉพาะนโยบายการลงทุนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนได้เหมาะสมกับความต้องการอย่างแท้จริง

คำเตือน : ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

จัดทำ ณ วันที่ 5 เม.ย. 2559

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี